วันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ข่าวดี! ข่าวด่วน ! สำหรับผู้ทีสนใจเรียนภาษามลายู/มาเลเซียด้วยตนเอง

มีหนังสือใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับการเรียนภาษามาเลเซียจ๊ะ สำหรับเนื้อหา มีดังนี้จ๊ะ


แบบเรียนภาษามลายูพื้นฐานเล่มนี้ เดิมทีเป็นแบบเรียนที่ใช้สอนข้าราชการแรกเข้า และเจ้าหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศที่จะไปประจำการในประเทศมาเลเซียและบรูไน ตัวแบบเรียนจะประกอบด้วยสองส่วน คือส่วนที่เป็นบทสนทนาในสถานการณ์ต่างๆ เช่น การแนะนำตนเอง  ที่อยู่อาศัย วันต่างๆในสัปดาห์  ตัวเลข จับจ่ายซื้อของ ไปพบหมอและ อื่นๆ ส่วนที่สอง เป็นบทความเรื่องต่างๆ เช่น การช่วยเหลือพ่อ แม่ ประโยชน์ ของสัตว์ วันชาติ และอื่นๆ โดยแต่ละบทจะประกอบด้วยตัวบทเรียนทั้งแบบ ญาวี และรูมี แบบฝึกหัด คำแปล เฉลยแบบฝึกหัด  และดัชนี คำศัพท์ แบบเรียนเล่มนี้เหมาะสำหรับปูพื้นฐานทางภาษามลายู ให้แก่นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไปซึ่งสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองอันจะเป็นประโยชน์สำหรับการต่อยอดในระดับที่สูงขึ้นไป



จำนวน 239 หน้า ขนาดพ็อกเก็ตบุ๊ค
ราคาเล่มละ 200 บาท ค่าจัดส่ง 30 บาท(หากสั่งซื้อจำนวนมากจะมีส่วนลดพิเศษ)

 

            
 สำหรับขั้นตอนการสั่งซื้อ มีดังนี้ค่ะ
  1. โทรศัพท์ 087-813-4225  , 089-324-8604 หรือ 085-900-8601 เพื่อแจ้งการขอซื้อ หรือแจ้งซื้อทาง  http://www.facebook.com/kroobee919 หรือ  http://www.facebook.com/attakorn.hajeeaware
  2. โอนเงินเข้าบัญชี ธนาคาร กสิกรไทย ชื่อบัญชี นางอลีนา  หะยีอาแว  หมายเลขบัญชี 677-20-3936-9
  3. โทรแจ้งการโอนเงินเพื่อยืนยัน พร้อมส่ง sms ที่อยู่ของตัวลูกค้าเอง
  4. ทางผู้จำหน่ายจะรีบทำการจัดส่งให้ และจะได้รับสินค้าภายใน 1 สัปดาห์ โดยลูกค้าสามารถเลือกวิ
ธีส่ง ว่า เป็นทางไปรษณีย์ หรือ ทางขนส่ง ค่ะ

นอกจากนี้ยังมีหนังสือเล่มอื่นๆ ที่น่าสนใจคือ


มีเนื้อหาเป็นหลักไวยากรณ์ ภาษามลายู/มาเลเซีย เพื่อการฝึกแต่งประโยค สร้างสรรค์ ประโยคต่างๆ ด้วยตัวเองอย่างถูกต้อง

จำนวน 264 หน้า ขนาดพ็อกเก็ตบุ๊ค

ราคาเล่มละ 200 บาท ค่าจัดส่ง 30  บาท

 







บทสนทนาภาษามลายูในชีวิตประจำวัน ๆ จำนวน 120 หน้า


 ขนาดพ็อกเก็ตบุ๊ค 

ราคาเล่มละ 100 บาท ค่าจัดส่ง  30  บาท


ใหม่ล่าสุด


สนทนาภาษาอินโดนีเซียในชีวิตประจำวัน  จำนวน 127 หน้า





 ขนาดพ็อกเก็ตบุ๊ค 

ราคาเล่มละ 100 บาท ค่าจัดส่ง  30  บาท

วันเสาร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ข่าวดี! ข่าวด่วน ! สำหรับผู้ทีสนใจเรียนภาษามลายู/มาเลเซียด้วยตนเอง

มีหนังสือใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับการเรียนภาษามาเลเซียจ๊ะ สำหรับเนื้อหา มีดังนี้จ๊ะ


แบบเรียนภาษามลายูพื้นฐานเล่มนี้ เดิมทีเป็นแบบเรียนที่ใช้สอนข้าราชการแรกเข้า และเจ้าหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศที่จะไปประจำการในประเทศมาเลเซียและบรูไน ตัวแบบเรียนจะประกอบด้วยสองส่วน คือส่วนที่เป็นบทสนทนาในสถานการณ์ต่างๆ เช่น การแนะนำตนเอง  ที่อยู่อาศัย วันต่างๆในสัปดาห์  ตัวเลข จับจ่ายซื้อของ ไปพบหมอและ อื่นๆ ส่วนที่สอง เป็นบทความเรื่องต่างๆ เช่น การช่วยเหลือพ่อ แม่ ประโยชน์ ของสัตว์ วันชาติ และอื่นๆ โดยแต่ละบทจะประกอบด้วยตัวบทเรียนทั้งแบบ ญาวี และรูมี แบบฝึกหัด คำแปล เฉลยแบบฝึกหัด  และดัชนี คำศัพท์ แบบเรียนเล่มนี้เหมาะสำหรับปูพื้นฐานทางภาษามลายู ให้แก่นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไปซึ่งสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองอันจะเป็นประโยชน์สำหรับการต่อยอดในระดับที่สูงขึ้นไป

จำนวน 239 หน้า ขนาดพ็อกเก็ตบุ๊ค
ราคาเล่มละ 200 บาท ค่าจัดส่ง 30 บาท(หากสั่งซื้อจำนวนมากจะมีส่วนลดพิเศษ)


 

            
 สำหรับขั้นตอนการสั่งซื้อ มีดังนี้ค่ะ
  1. โทรศัพท์ 087-813-4225  , 089-324-8604 หรือ 085-900-8601 เพื่อแจ้งการขอซื้อ หรือแจ้งซื้อทาง  http://www.facebook.com/kroobee919 หรือ  http://www.facebook.com/attakorn.hajeeaware
  2. โอนเงินเข้าบัญชี ธนาคาร กสิกรไทย ชื่อบัญชี นางอลีนา  หะยีอาแว  หมายเลขบัญชี 677-20-3936-9
  3. โทรแจ้งการโอนเงินเพื่อยืนยัน พร้อมส่ง sms ที่อยู่ของตัวลูกค้าเอง
  4. ทางผู้จำหน่ายจะรีบทำการจัดส่งให้ และจะได้รับสินค้าภายใน 1 สัปดาห์ โดยลูกค้าสามารถเลือกวิ
ธีส่ง ว่า เป็นทางไปรษณีย์ หรือ ทางขนส่ง ค่ะ

นอกจากนี้ยังมีหนังสือเล่มอื่นๆ ที่น่าสนใจคือ


มีเนื้อหาเป็นหลักไวยากรณ์ ภาษามลายู/มาเลเซีย เพื่อการฝึกแต่งประโยค สร้างสรรค์ ประโยคต่างๆ ด้วยตัวเองอย่างถูกต้อง

จำนวน 264 หน้า ขนาดพ็อกเก็ตบุ๊ค

ราคาเล่มละ 200 บาท ค่าจัดส่ง 30  บาท

 







บทสนทนาภาษามลายูในชีวิตประจำวัน ๆ จำนวน 120 หน้า


 ขนาดพ็อกเก็ตบุ๊ค 

ราคาเล่มละ 100 บาท ค่าจัดส่ง  30  บาท


ใหม่ล่าสุด


สนทนาภาษาอินโดนีเซียในชีวิตประจำวัน  จำนวน 127 หน้า



 ขนาดพ็อกเก็ตบุ๊ค 

ราคาเล่มละ 100 บาท ค่าจัดส่ง  30  บาท

วันพุธที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2554

เรียนภาษามาเลเซียง่ายๆกับหนังสือหลักภาษามลายูเบื้องต้น



มีใครอยากเรียนภาษามลายู หรือมาเลเซีย มีข่าวดี มาบอก!

ตอนนี้มีหนังสือที่ใช้เรียนภาษามลายูเป็นภาษาไทยแล้วนะ นี่ไง หนังสือหลักภาษามลายูเบื้องต้น ซึ่งมีเนื้อหาครอบคลุมบทเรียนต่างๆ ที่สำคัญในการเข้าใจโครงสร้างภาษามลายู ตั้งแต่เรื่องของเสียง อักษร กลุ่มคำต่างๆ ไปจนถึงประโยครูปแบบต่างๆ ซึ่งแต่ละบทจะมีการอธิบายเนื้อหา และยกตัวอย่าง และแบบฝึกหัดพร้อมกับเฉลยท้ายบทเรียนทุกบท

   ราคาเล่มละ 200 บาทใครสนใจ ติดต่อ Alina Hayeeawae 087-8134225 หรือ ครูดน 085-9008601 ค่าจัดส่ง 30 บาททั่วประเทศ ซื้อปริมาณมากสำหรับองค์กร มีส่วนลด และค่าจัดส่งฟรี
      นอกจากนี้ ยังมี หนังสือ สนทนาภาษามลายูเบื้องต้น ด้วยนะจ๊ะ เนื้อหาในเล่ม จะเกี่ยวกับตัวอย่างบทสนทนาในสถานการณ์ต่างๆ พร้อมคำศัพท์ หมวดหมู่ต่างๆ เพื่อการศึกษาด้วยตนเองด้วย สนใจ โทรได้เลยเบอร์ข้างต้นจ๊ะ
สำหรับขั้นตอนการซื้อ ง่ายๆ 1. โทรสั่งซื้อ  2. โอนเงิน เข้าบัญชีธนาคาร กสิกรไทย
 เลขที่บัญชี  677  20  39 369  บัญชีออมทรัพย์ สาขา ตลาดมีนบุรี  ชื่อบัญชี นางอลีนา  หะยีอาแว 


เนื้อหาตามสารบัญ  มีดังนี้จ้า


1. เสียงและอักษร

2. กลุ่มคำ

3. คำนาม

4. คำสรรพนาม

5. คำอุปสรรค ปัจจัยในคำนาม

6. คำอุปสรรคปัจจัยในคำกริยา

7. คำกริยาซ้ำ

8. คำบ่งบอกกาล

9. คำสันธาน

10. คำปฏิเสธ

11. คำบ่งบอกทิศทาง

12. คำอุทาน

13. คำเน้นคำคุณศัพท์

14. คำลักษณะนาม

15. คำบุพบท

16. คำว่า ‘มี’

17. คำว่า ‘เป็น’

18. คำบ่งบอกจำนวน

19. คำกริยาวิเศษ

20. คำบ่งบอกสถานภาพหรือความรู้สึก

21. คำยืนยัน

22. คำตรงกันข้าม

23. คำสำนวน

24. คำวิเศษบ่งบอกความถี่

25. เครื่องหมายวรรคตอน

26. ประโยครูปแบบต่างๆ

27. ประโยคบอกเล่า

28. ประโยคคำถาม

29. ประโยคเปรียบเทียบ

30. ประโยคเน้นกรรม

31. สุภาษิตภาษามลายู

32. ข้อผิดพลาดทางหลักภาษา




วันอังคารที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

เรียนภาษามลายู /มาเลเซีย

ภาษามลายูนับเป็นภาษาหนึ่งที่มีบทบาทเเละความสำคัญตั้งเเต่อดีตจวบจนกระทั่งปัจจุบันในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในอดีตภาษามลายูเป็นภาษาสำหรับการติดต่อสื่อสารในการทำธุระกิจค้าขายระหว่างชาติต่างๆที่เดินทางโดยทางเรือ ในปัจจุบันภาษามลายูเป็นภาษาที่มีผู้ใช้มากกว่า 300 ล้านคนในประเทศต่างๆในสถานะภาพของภาษาทางการ เเละภาษาใช้งาน อาทิ ประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงค์โปร์ บรูไน ตีโมร์ ตะวันออก สามจังหวัดชายเเดนภาคใต้ของประเทศไทย เเละอื่นๆ ภาษามลายูสามารถเขียนได้ 2รูปเเบบ คือเเบบที่ใช้ตัวอักษรอาหรับ เรียกว่า ญาวี เเละ เเบบที่ใช้ตัวอักษรโรมัน เรียกว่า รูมี ในเว็บนี้เราจะมาเรียนรู้ภาษามลายูเเบบที่ใช้อักษรรูมีกัน ขอให้ทุกคนเรียนรู้ภาษามลายูกันอย่างจริงจังนะครับ จาก อ.มูฮำหมัดคอลดูน (สนใจเรียนพิเศษติดต่อได้ ที่ ๐๘๕-๙๐๐๘๖๐๑ เฉพาะผู้ที่อยู่ในกทม) แบบเรียนสนทนาภาษามาเลเซียแบบรูมี สารบัญ ภาคที่หนึ่ง การสนทนา · การแนะนำตัวเอง · อาศัยอยู่ที่ใหน · วันต่างๆในหนึ่งสัปดาห์ · เรียนภาษาต่างชาติ · ไปซื้อของที่ตลาด · นับเลข · ไปปิกนิก · ที่ทำงาน · ไปหาหมอ · พูดโทรศัพท์ ภาคที่สอง การอ่านเอาความ · ช่วยพ่อแม่ · เด็กผู้สร้างคุณงามความดี · เจ้ากระจงกับจระเข้ · การทำความดี · ประโยชน์ของสัตว์ · อุปนิสัยที่ดี · วันแห่งชาติ · ช่วยเหลือเด็กจมน้ำ · ขยันและอุตสาหะคือบันไดแห่งความสำเร็จ · เที่ยวพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ บทที่หนึ่ง การแนะนำตัวเอง · Siapakah nama anda? · Nama saya Alina baka Naknava. · Anda datang dari mana? · Saya datang dari Bangkok. · Anda berumur berapa tahun? · Umur saya 23 tahun. · Apakah bangsa anda? · Saya berbangsa Thai. · Adakah anda sudah berkahwin? · Ya, saya sudah berkahwin. Tidak, saya belum berkahwin. · Apakah pekerjaan anda? · Saya seorang guru/tentera. · Apakah hobi anda? · Hobi saya membaca buku, menonton TV, melancong dan bermain sukan. คำศัพท์ในบทเรียน siapakah: ใคร nama: ชื่อ anda: คุณ saya: ฉัน baka: นามสกุล datang: มา dari: จาก mana:ใหน berumur: มีอายุ berapa: เท่าไร/กี่ tahun: ปี apakah: อะไร bangsa: เชื้อสาย adakah: ใหม/หรือเปล่า sudah: แล้ว berkahwin: แต่งงาน ya: ครับ/ใช่ tidak: ไม่ belum: ยังไม่ pekerjaan: อาชีพ seorang: คนหนึ่ง guru: ครู tentera: ทหาร hobi: งานอดิเรก membaca: อ่าน buku: หนังสือ menonton: ดู melancong: ท่องเที่ยว dan: และ bermain: เล่น sukan: กีฬา คำแปลบทสนทนา · คุณชื่ออะไร · ฉันชื่อ อลีนา นามสกุล นาคนาวา · คุณมาจากใหน · ฉันมาจากกรุงเทพฯ · คุณมีอายุกี่ปี · อายุของฉัน 23 ปี · คุณเชื้อสายอะไร · ฉันมีเชื้อสายไทย · คุณแต่งงานแล้วหรือยัง · ใช่ ฉันแต่งงานแล้ว / ไม่ฉันยังไม่แต่งงาน · คุณมีอาชีพอะไร · ฉันเป็นครู/ทหาร · คุณมีงานอดิเรกอะไร · งานอดิเรกของฉันคืออ่านหนังสือ ดูทีวี ท่องเที่ยว และเล่นกีฬา หลักภาษา คำปุจฉาสรรพนาม กล่าวคือคำที่สามารถใช้สำหรับการตั้งคำถามในภาษามลายูได้แก่ apa (อะไร) siapa (ใคร) bila (เมื่อไร) dari mana (จากใหน) di mana (ที่ใหน) kah (ใหม/หรือเปล่า) berapa (เท่าไร/กี่) bagaimana (อย่างไร ) และ mengapa/kenapa (ทำไม) โดยคำปุจฉาสรรพนามเหล่านี้สามารถวางได้สองตำแหน่งในประโยคคำถามดังนี้ หนึ่ง วางไว้หน้าประโยคคำถาม ในกรณีนี้เราต้องเติมคำปัจจัย kah ตามหลังคำปุจฉาสรรพนามนั้นๆ อาทิ Siapakah orang itu ?(คนนั้นใคร) Apakah itu (นั่นอะไร) Bilakah anda datang dari Bangkok? (คุณมาจากกรุงเทพเมื่อไร) สอง วางไว้หลังประโยคคำถามในกรณีนี้ เราไม่ต้องใส่คำปัจจัย kah ตามหลัง อาทิ Orang itu siapa? (คนนั้นใคร) Itu apa? (นั่นอะไร) Anda datang dari Bangkok bila? (คุณมาจากกรุงเทพเมื่อไร) ข้อยกเว้น หนึ่ง สำหรับคำปุจฉาสรรพนามว่า ใหม/หรือเปล่า เมื่อวางไว้หน้าประโยคคำถามรูปคำที่ใช้ คือ adakah แต่เมื่อนำไปวางไว้ท้ายประโยคจะคงไว้ซึ่งคำว่า kah และให้ละ ada ออกไปดังตัวอย่างต่อไปนี้ Adakah anda orang Malaysia? (คุณเป็นคนมาเลเซียหรือ) Anda orang Malaysia kah? (คุณเป็นคนมาเลเซียหรือ) สอง คำปุจฉาสรรพนาม siapakah และ apakah เมื่อถูกนำมาวางไว้หน้าประโยคคำถามและในประโยคคำถามนั้นๆมีคำกริยาปรากฏอยู่ให้เติมคำว่า yang (ซึ่งที่) ตามหลังคำปุจฉาสรรพนามทั้งสอง ดังต่ออย่างต่อไปนี้ Siapakah orang yang datang dari Bangkok?(ใคร(คือ)คนซึ่งมาจากกรุงเทพ) Apakah yang anda baca? (คุณอ่านอะไร) แบบฝึกหัด 1. แต่งประโยคคำถามคำถามต่อไปนี้ · คุณดูอะไร · ใคร(คือ)คนอ่านหนังสือฉัน · คุณมาจากมาเลเซียเมื่อไร · หนังสือฉัน (อยู่)ที่ไหน · สมศักดิ์เล่นกีฬาที่ไหน 2. จับคู่แล้วฝึกถามตอบข้อมูลส่วนตัวระหว่างกันและกัน 3. เปลี่ยนบุรุษสรรพนามที่หนึ่ง (saya) และบุรุษสรรพนามที่สอง (anda)ในบทเรียนด้วยกับบุรุษสรรพนามที่สาม(dia: เขา)แล้วถามตอบกัน 4. . เติมที่ว่างด้วยกับคำที่เหมาะสม · Saya …….dari Indonesia. · Dia membaca……… · Surasak …….berkahwin. · Sunisa seorang………. · Umur dia 12 …….. 5. แปลประโยคต่อไปนี้ให้เป็นภาษามลายู · นั่นสุดา นามสกุล อัครนาวา หล่อนมีอายุ 24 ปี · ฉันมาจากอินโดนีเซีย ฉันเป็นข้าราชการ (pegawai kerajaan) · เขายังไม่มา · ฉันอ่านหนังสือภาษา (bahasa)มาเลเซีย · งานอดิเรก(ของ)คุณ(คือ:ialah)ท่องเที่ยวและเล่นกีฬา 6. แปลบทความต่อไปนี้เป็นภาษาไทย Ini (นี่) Encik (นาย) Surasak baka Rakchat. Dia datang dari Chiangmai. Dia berumur 30 tahun. Dia sudah berkahwin. Isteri (ภรรยา) Encik Surasak bernama Sunina. Umur dia 26 tahun. Encik Surasak seorang pegawai kerajaan. Sunisa seorang guru. Hobi Encik Surasak dan Sunisa ialah membaca buku dan melancong. บทที่สอง อาศัยอยู่ที่ไหน? · Anda tinggal di mana? · Saya tinggal di daerah Minburi. · Anda tinggal dengan siapa? · Saya tinggal dengan keluarga. · Adakah rumah anda itu jauh dari sini? · Tidak berapa jauh. · Rumah terletak di kawasan ini kah? · Ya, rumah saya terletak di kawasan ini. · Apakah alamat rumah anda? · Alamat rumah saya 27/1 jalan Maitrijit, mukim Samva Tawan-ok, daerah Khlongsamva, wilayah Bangkok,10510. · Bagaimanakah anda pergi ke pejabat? · Saya pergi ke pejabat dengan kereta. คำศัพท์ในบทเรียน tinggal: อาศัย daerah: อำเภอ dengan: กับ/โดย keluarga: ครอบครัว rumah: บ้าน jauh: ไกล sini: ที่นี่ terletak: ตั้งอยู่ di: ที่ kawasan: บริเวณ ini: นี่/นี้ alamat: ที่อยู่ jalan: ถนน mukim: ตำบล wilayah: จังหวัด pergi ke: ไป pejabat: สำนักงาน kereta: รถยนต์ คำแปลบทสนทนา · คุณอาศัยอยู่ที่ใหน · ฉันอาศัยอยู่ที่เขตมีนบุรี · คุณอาศัยอยู่กับใคร · ฉันอาศัยอยู่กับครอบครัว · บ้านคุณไกลจากที่นี่ใหม · ไม่ไกลเท่าไร · บ้านคุณตั้งอยู่ที่บริเวณนี่ใช่ใหม · ใช่บ้านฉันตั้งอยู่ที่บริเวณนี้ · ที่อยู่บ้านของคุณคืออะไร · ที่อยู่บ้านของฉันคือ 27/1 ถนนไมตรีจิต แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา จังหวัดกรุงเทพฯ 10510 · คุณไปยังสำนักงานอย่างไร · ฉันไปยังสำนักงานโดยรถยนต์ หลักภาษา ประโยคบอกเล่าในภาษามลายูมีโครงสร้างหลักสองส่วน คือ ภาคประธานและภาคแสดง โดยปกติภาคประธานจะเป็นคำนามหรือนามวลี ส่วนภาคแสดงสามารถมาได้สี่รูป คือ (1)นาม/นามวลี (2 )กริยา/กริยาวลี (3) คุณศัพท์/คุณศัพท์วลี และ (4) บุพบทวลี ดังปรากฏในตารางข้างล่างนี้ ภาคประธาน ภาคแสดง Attakorn นาม seorang guru (ครูคนหนึ่ง) นามวลี Sudarat นาม pergi ke sekolah (ไป ร.ร) กริยาวลี Rumah saya (บ้านฉัน) นามวลี jauh (ไกล) คุณศัพท์ Buku anda (หนังสือคุณ) นามวลี di atas meja (ที่บนโต๊ะ) บุพบทวลี หมายเหตุ 1. ในประโยคที่หนึ่ง Attakorn seorang guru. (อัตถากรคือครูคนหนึ่ง) คำว่า คือ จะถูกละออก ทั้งนี้เป็นเพราะว่าในภาษามาเลเซียอนุญาตให้ละคำว่า เป็น/คือ ออกจากประโยคที่มีโครงสร้างของนามวลี+นามวลีได้ 2.โดยทั่วไปภาคประธานจะเป็นส่วนแรกของประโยคเสมอแล้วจึงตามด้วยภาคแสดง แต่อย่างไรก็ตามในประโยคบางรูปก็อนุญาตให้วางภาคแสดงก่อนภาคประธานได้ซึ่งประโยคประเภทนี้จะเรียกว่าประโยคกลับตลปัตร (ayat songsang) อาทิ Cantik sungguh bunga ini ! (สวยจริงดอกไม้นี้) ประโยคนี้จะมีโครงสร้างเดิมว่า Bunga ini cantik sungguh. แบบฝึกหัด 1. จำแนกประโยคต่อไปนี้ว่าส่วนใดคือภาคประธานและส่วนใดคือภาคแสดง และภาคแสดงนั้นเป็นภาคแสดงรูปใด · Manot membaca buku. · Suchada seorang pegawai kerajaan(ข้าราชการ). · Dia rajin (ขยัน). · Kereta saya di depan (ข้างหน้า) rumah. · Saya pergi ke sekolah dengan kereta. 2. เติมที่ว่างด้วยกับคำที่เหมาะสมจากบทเรียน · Alina ……..di daerah Bangkapi. · Supot tinggal dengan………… · Sekolah saya ……..di jalan Maitrijit. · Ini ……….Somsak. · Rumah dia …….dari sini. 3. แต่งประโยคโดยใช้คำต่อไปนี้ · tinggal:…………………………………………….. · kereta:……………………………………………… · rumah:……………………………………………… · pejabat:…………………………………………….. · terletak di:…………………………………………… 4. จงหาคำที่มีความหมายตรงกันข้ามกับคำต่อไปนี้ jauh di sini pergi ke murid (นักเรียน) di situ (ที่นั่น) dekat (ใกล้) sudah balik ke (กลับยัง) guru belum 5. แปลประโยคต่อไปนี้เป็นภาษาไทย · Ini rumah Surasak. · Rumah dia terletak di jalan Sukhumvit. · Dia tinggal dengan isteri. · Surasak seorang pegawai kerajaan. · Isteri Surasak seorang peniaga (แม่ค้า/พ่อค้า) · Dia pergi ke pejabat dengan kereta. · Pejabat dia tidak jauh dari rumah dia. 6. แปลบทความต่อไปนี้ให้เป็นภาษามลายู นี่คือเพื่อน (kawan) ผม ชื่อ (ของ)เขาสมหมาย นามสกุล โชคลาภ เขามาจาก จังหวัดปราจีนบุรี เขามีอายุ 27 ปี เขาแต่งงานแล้ว เขาอาศัยอยู่กับภรรยา(ของ)เขาที่หมู่บ้าน(kampung) เสริมสุข บ้าน (ของ)เขาไม่ไกลจากอำเภอบางกะปิ เขาเป็นข้าราชการ เขาไปที่ทำงานโดยรถยนต์ทุกๆวัน (tiap-tiap hari) บทเรียนที่สาม วันต่างๆในหนึ่งสัปดาห์ · Dalam satu minggu ada berapa hari? · Dalam satu minggu ada tujuh hari. · Apakah nama hari-hari itu? · Hari Isnin, Selasa, Rabu, Khamis, Jumaat, Sabtu dan Ahad. · Dalam satu tahun ada berapa bulan? · Dua belas bulan. · Hari ini hari apa? · Hari ini hari Jumaat. · Hari ini berapa haribulan? · Hari ini 13 haribulan Febuari 2551. · Adakah awak akan pergi ke sekolah hari ini? · Saya tidak pergi ke sekolah. · Mengapakah awak pergi ke sekolah hari ini? · Hari ini hari cuti. คำศัพท์ในบทเรียน dalam: ใน satu: หนึ่ง minggu: สัปดาห์ ada : มี hari: วัน tujuh: เจ็ด Isnin: จันทร์ Selasa: อังคาร Rabu: พุธ Khamis: พฤหัสบดี Jumaat: ศุกร์ tahun: ปี bulan: เดือน dua belas: 12 haribulan: วันที่ Febuari: กุมภาพันธ์ akan: จะ cuti: หยุด คำแปลบทสนทนา · ในหนึ่งสัปดาห์มีกี่วัน · ในหนึ่งสัปดาห์มีเจ็ดวัน · วันเหล่านั้นมีชื่อว่าอะไร · วันจันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ และ อาทิตย์ · ในหนึ่งปีมีกี่เดือน · สิบสองเดือน · วันนี้วันอะไร · วันนี้วันอะไร · วันนี้วันศุกร์ · วันนี้วันที่ 13 เดือนกุมภาพันธ์ 2551 · คุณไปโรงเรียนไหมวันนี้ · ฉันไม่ไปโรงเรียน · ทำไมคุณไม่ไปโรงเรียนวันนี้ · วันนี้วันหยุด หลักภาษา การกำหนดว่าการกระทำหนึ่งๆนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด (อดีต ปัจจุบัน อนาคต) ในภาษามลายู สามารถทำได้โดยใช้คำช่วยบ่งบอกกาลตามตารางข้างล่างนี้ อดีต (masa dahulu) telah/sudah (แล้ว) pernah (เคย) ปัจจุบัน (sekarang) sedang (กำลัง) masih (ยังคง) อนาคต (masa depan) akan (จะ) หลักในการใช้คำช่วยบ่งบอกกาลเหล่านี้คือให้วางไว้หน้าคำกริยาเสมอ ดังตัวอย่างข้างล่างนี้ · Manee telah pergi ke sekolah. (มานีได้ไปโรงเรียนแล้ว) · Saya pernah tinggal di sini. (ฉันเคยอาศัยอยู่ที่นี่) · Surasak sedang membaca buku. (สุรศักดิ์กำลังอ่าน) · Peniaga itu masih tidur di dalam bilik. (พ่อค้าคนนั้นยังคงนอนอยู่ที่ในห้อง) · Dia akan datang ke pejabat hari ini. (เขาจะมาที่สำนักงานวันนี้) แบบฝึกหัด 1. เติมคำบ่งบอกกาลที่เหมาะสมลงในช่องว่าง · Semalam (เมื่อวาน), saya……pergi ke pasar (ตลาด) Chatuchak. · Sekarang Suni…….belajar (เรียน) Bahasa Malaysia. · Esok (พรุ่งนี้), Savitri …….berkahwin. · Adun……..tidur. Dia belum bangun (ตื่น)lagi (อีก). · Tahun lepas (ที่แล้ว), Aruni…….datang ke sini dengan adik (น้อง) dia. 2. แต่งประโยคด้วยกับคำต่อไปนี้ · ada:…………..………………………………………… · pergi ke:……..………………………………………… · sekolah:……………………………………………….. · hari ini:……….………………………………………… · berapa:………………………………………………… 3.แปลประโยคต่อไปนี้ให้เป็นภาษามลายู · วันนี้วันอาทิตย์ วันนี้คือวันหยุด ฉันไม่ไปยังที่ทำงาน · วันอังคารนี้ สุเมธ จะมายังจังหวัดภูเก็ตพร้อมกับครอบครัว · พรุ่งนี้ฉันและน้อง (adik) จะไปโรงเรียน · สัปดาห์นี้ สมศักดิ์ยังคงอยู่(berada)ที่จังหวัดปัตตานี · วันจันทร์ที่แล้ว สรศักดิ์มาเรียนภาษามาเลเซียแล้ว 4.แปลประโยคต่อไปนี้ให้เป็นภาษาไทย · Suda akan pergi ke wilayah Chiangmai bulan depan (หน้า). · Daruni telah berkahwin minggu lepas. · Suchada sedang belajar membaca Bahasa Inggeris (อังกฤษ). · Adik saya masih tidur di dalam bilik. · Tahun lepas, Somporn pernah tinggal di sini. 5. เรียงคำต่อไปนี้ให้เป็นประโยคที่ถูกต้อง · saya, tidak, ke, pergi , tidak, pejabat, semalam · seorang, saya, adik, guru, sekolah, di, itu · Sabtu, cuti, hari, ialah, hari, dan, Ahad, hari · belajar, di, Sunisa, bahasa, institute(สถาบัน), Malaysia, Duangkramon, Bahasa · terletak, rumah, dekat, saya, pejabat pos (สำนักงานไปรษณีย์), dengan 6. จงจับคู่คำที่มีความหมายตรงกันข้าม pergi bekerja(ทำงาน) tidur mengajar (สอน) jauh abang (พี่ชาย) belajar dekat adik bangun(ตื่น) บทที่สี่ เรียนภาษาต่างชาติ · Bolehkah anda bercakap Bahasa Cina? · Ya, saya boleh bercakap. · Di manakah anda belajar Bahasa Cina itu? · Saya belajarnya di Institut Bahasa “Duangkramon”. · Siapakah cikgu yang mengajar anda? · Cikgu saya Cik Lin Hong Cin. · Adakah beliau orang Cina? · Ya, beliau orang Cina dan bahasa ibundanya ialah Bahasa Cina. · Belajar Bahasa Cina susahkah? · Agak susah sedikit. · Sudah berapa lamakah anda belajar Bahasa Cina? · Lebih-kurang lapan bulan. · Bagaimanakah penguasaan Bahasa Cina anda sekarang? · Sekarang saya sudah boleh bercakap, membaca, menulis dan menterjemahkan Bahasa Cina dengan baik. คำศัพท์ในบทเรียน bolehkah: ได้ไหม bercakap: พูด Cina: จีน ya: ครับ boleh: ได้ nya: (สรรพนามในกรณีที่เป็นกรรมหรือแสดงความเป็นเจ้าของ)มัน/เขา/หล่อน cikgu: คุณครู cik: นางสาว beliau: (สรรพนาม) ท่าน bahasa ibunda: ภาษาแม่ susah: ยาก agak: ค่อนข้าง sedikit: เล็กน้อย lama: นาน sudah berapa lamakah: นานเท่าไรแล้ว lebih-kurang: ราวๆ lapan: แปด penguasaan: ความเชี่ยวชาญ/ความแตกฉาน bercakap: พูด menulis: เขียน menterjemahkan: แปล baik: ดี dengan baik: อย่างดี คำแปลบทสนทนา · คุณพูดภาษาจีนได้ไหม · ครับ/คะ ฉันสามารถพูดได้ · คุณเรียนภาษาจีนนั้นที่ใหน · ฉันเรียนที่ศูนย์ภาษาดวงกมล · ใครคือครูที่สอนคุณ · ครูของฉันคือคุณ ลิน หง จิน · ท่านเป็นคนจีนใช่ไหม · ใช่ ท่านเป็นคนจีนและภาษาแม่ของท่านคือภาษาจีน · เรียนภาษาจีนยากไหม · ค่อนข้างยากเล็กน้อย · คุณเรียนภาษาจีนมานานเท่าไรแล้ว · ประมาณ แปดเดือน · ความแตกฉานภาษาจีนของคุณตอนนี้เป็นอย่างไร · ฉันสามารถพูด อ่าน เขียนและแปลภาษาจีนได้ดี หลักภาษา การเน้นความหมายของคำคุณศัพท์ในภาษามลายูสามารถทำได้โดยการใช้คำเน้นคุณศัพท์ซึ่งมีอยู่สามกลุ่มด้วยกันตามตารางดังต่อไปนี้ 1.กลุ่มที่ต้องวางไว้หน้าคำคุณศัพท์ agak(ค่อนข้าง) terlalu (เกินไป/เหลือเกิน) 2.กลุ่มที่ต้องวางไว้หลังคำคุณศัพท์ sekali(ที่สุด) benar (จริงๆ) 3.กลุ่มที่เป็นอิสระสามารถอยู่หน้าหรือ หลังคำคุณศัพท์ก็ได้ sangat (มาก) sungguh (จริงๆ) คำเน้นคุณศัพท์ดังกล่าวทั้งสามกลุ่มมีตัวอย่างการใช้ดังนี้ · Bahasa Melayu agak mudah. (ภาษามลายูค่อนข้างง่าย) · Bangunan Baiyuk tinggi sekali di kawasan ini. (อาคาร ใบหยกสูงที่สุดในบริเวณนี้) · Budak itu sangat rajin/rajin sangat.(เด็กคนนั้นขยันมาก) · Kasut itu sungguh mahal/mahal sungguh (รองเท้าคู่นั้นแพงจริง) แบบฝึกหัด 1. เติมคำเน้นคุณศัพท์ที่เหมาะสมลงในที่ว่างพร้อมกับแปลประโยคให้เป็นภาษาไทย · Rumah saya terletak…….jauh dari sini. · Harga (ราคา) kereta BMW ini …….mahal (แพง). · Buku ini baik ………. · Hari ini udara (อากาศ) nyaman (สดชื่น)………./………nyaman. · Guru saya…….baik hati (ใจดี). 2. แต่งประโยคโดยใช้คำศัพท์ต่อไปนี้ · belajar:………………………………………………… · bercakap:……………………………………………… · menulis:………………………………………………… · mengajar:……………………………………………… · membaca:……………………………………………… 3. จับคู่คำที่มีความหมายตรงกันข้าม mengajar malas (ขี้เกียจ) susah jahat (ชั่ว/เลว) guru belajar baik pelajar (นักเรียน) rajin mudah 4. แปลบทความต่อไปนี้ให้เป็นภาษาไทย Ini adik saya. Dia sangat suka (ชอบ) belajar bahasa asing (ต่างชาติ). Dia boleh bercakap Bahasa Inggeris, Bahasa Melayu,dan Bahasa Cina. Adik saya boleh bercakap dan membaca buku dalam bahasa-bahasa itu dengan baik. Dia belajar bahasa-bahasa itu di Institut Bahasa Ban Phasa. Institut itu terletak dekat dengan rumah saya. Ramai (หลาย) orang datang belajar bahasa di sini (ที่นี่) kerana (เพราะว่า) guru-guru yang mengajar di sini sangat pandai (เก่ง) dan baik. 5. ทำความเข้าใจกับประโยคข้อความข้างล่างแล้วระบุอาชีพการงานของบุคคลดังกล่าวเหล่านั้น · Saya belajar di sekolah. (………….. ) · Tugas(หน้าที่) dia menjaga (ดูแล) keselamatan (ความปลอดภัย) Negara (ประเทศ). (………….) · Surasak mengajar budak-budak membaca buku.(……….) · Aruni bekerja di jabatan kerajaan (สำนักงานราชการ). (………...) · Dia menjual (ขาย) barang-barang (สิ่งของ/ข้าวของ) di pasar. (…………..) บทที่ห้า ไปซื้อของที่ตลาด · Selamat tengah hari, Puan Zaitun. · Selamat tengah hari , Puan Khadijah. · Puan hendak pergi ke mana? · Saya hendak pergi ke pasar. · Puan hendak membeli apa di situ? · Barang-barang keperluan harian. · Seperti apa? · Pakaian, makanan dan minuman. · Biasanya puan pergi ke pasar mana? · Saya selalu pergi ke pasar Bangkapi. · Mengapakah puan suka pergi ke pasar Bangkapi? · Kerana harga barang-barang di situ agak murah dan boleh ditawar. · Bolehkah saya ikut bersama? · Tentu boleh. Marilah kita pergi sekarang. คำศัพท์ในบทเรียน Selamat: ปลอดภัย tengah hari: เที่ยงวัน selamat tengah hari: สวัสดีตอนเที่ยง puan: คุณ (ผู้หญิง) hendak: ต้องการ/ต้องการจะ pasar: ตลาด membeli: ซื้อ situ: ที่นั้น barang: สิ่งของ keperluan harian: ความจำเป็นประจำวัน seperti: เช่น pakaian: เสื้อผ้า makanan: อาหาร minuman: เครื่องดื่ม biasanya: โดยปกติ selalu: มักจะ ditawar: ต่อรองราคา ikut: ตาม tentu boleh: ย่อมได้ marilah: มาเถอะ kita : พวกเรา คำแปลบทสนทนา · คุณต้องการจะไปที่ไหน · ฉันต้องการจะไปตลาด · คุณต้องการจะซื้ออะไรที่นั้น · ของใช้ที่จำเป็นประจำวัน · เช่นอะไร · เสื้อผ้า อาหารและเครื่องดื่ม · ปรกติแล้วคุณไปตลาดไหน · ฉันมักจะไปตลาดบางกะปิ · ทำไมคุณชอบไปตลาดบางกะปิ · เพราะราคาสิ่งของที่นั้นค่อนข้างถูกและสามารถต่อได้ · ฉันตามคุณไปด้วยได้ไหม · ย่อมได้ มาพวกเราไปกันตอนนี้เลย หลักภาษา คำกริยาวิเศษที่ใช้สื่อถึงความถี่ของการเกิดขึ้นของการกระทำหรือเหตุการณ์หนึ่งๆ ในภาษามลายูนั้นได้แก่ คำว่า sentiasa (เสมอๆ) , selalu/sering (มักจะ), biasanya (โดยปกติ), kadang-kadang (บางครั้ง), jarang (ไม่ค่อย), และ tidak pernah (ไม่เคย) โดยทั่วไปคำเหล่านี้ให้วางไว้หน้าคำกริยา ยกเว้นคำว่า biasanya และ kadang-kadang ที่นิยมวางไว้หน้าประโยค ตัวอย่างประโยค · Ali sentiasa menjaga kesihatan dirinya sendiri. (อาลีดูแลสุขภาพของตัวเองเสมอๆ) · Aminah selalu datang awal ke sekolah. (อามีนะฮ์ มักจะมาโรงเรียนแต่เช้า) · Alina jarang bangun tidur lewat. (อลีนาไม่ค่อยตื่นนอนสาย) · Kadang-kadang saya akan pergi bermain bola di padang sekolah. (บางครั้งฉันจะไปเล่นฟุตบอลที่สนามโรงเรียน). · Biasanya kami akan keluar makan malam di restoran Halal Food. (ปกติแล้วพวกเราจะออกไปทานอาหารค่ำที่ร้านฮาลาลฟู๊ด) แบบฝีกหัด 1. เติมที่วางด้วยกับคำบ่งบอกความถี่ของการกระทำที่เหมาะสมพร้อมกับแปลให้เป็นภาษาไทย · ………..saya akan tidur pada pukul (ตอน) enam (หก) pagi. · Ibu bapa……..membawa (พา) kami (พวกเรา) pergi ke Zoo Negara (สวนสัตว์แห่งชาติ) tiap-tiap tahun. · Sebelum (ก่อน/ก่อนหน้า) ini saya ………….datang ke sini. Ini merupakan (เป็น) kali pertama (ครั้งแรก)yang saya berpeluang (มีโอกาศ) ke sini. · ………..kami akan pergi menonton (ดู)wayang (หนัง) di Major Cinema Complex. · Orang-orang di kampung (หมู่บ้าน) saya ……….. datang berehat (พักผ่อน) di dalam taman bunga (สวนดอกไม้) ini. 2. แต่งประโยคด้วยกับคำต่อไปนี้ · Selalu:…………………………………………. · Jarang:…………………………………………. · Kadang-kadang:……………………………….. · Tidak pernah:…………………………………… · Biasanya:……………………………………….. 3. เปลี่ยนบทสนทนาในบทเรียนข้างบนให้เป็นไปตามรูปแบบของการเล่าเรื่อง ............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................. ..................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... 4. จัดกลุ่มของคำต่อไปนี้ว่าจัดอยู่ในกลุ่มใด (อาหาร เครื่องดื่ม เครื่องแต่งกาย)โดยหาความหมายของคำศัพท์จากพจนานุกรมที่มี seluar, nasi goreng, stoken, air sirap, kasut, susu, gulai ayam, sayur goreng, kopi, kain sarung, sup tulang, tali pinggang makanan minuman Pakaian 5. แปลบทความต่อไปนี้เป็นภาษามลายู วันนี้ฉันและแม่จะไปยังตลาด แม่ต้องการซื้อสิ่งของที่ตลาด เช่น อาหาร ผลไม้ (buah-buahan) และเสื้อผ้า ฉันต้องการซื้อหนังสือภาษาจีน แม่ชอบไปซื้อสิ่งของที่ตลาดมีนบุรีเพราะ ราคาสิ่งของที่นั้นถูก พวกเรามักจะไปยังตลาดมีนบุรีทุกๆวันเสาร์ พวกเราไปยังตลาดมีนบุรีโดยรถเมล์ บทที่หก นับเลข · Selamat pagi, adik Mat. Apa khabar? · Selamat pagi, abang Ali. Khabar baik. · Adik sedang buat itu? · Saya sedang buat kerja sekolah yang cikgu berikan. · Mata pelajaran apa? · Ilmu hisab. · Sekarang adik belajar dalam tahun berapa? · Tahun satu. · Bolehkah adik bilang satu sampai sepuluh? · Tentu boleh. Satu, dua, tiga, empat, lima, enam, tujuh, lapan, sembilan dan sepuluh. · Dan dari sebelas hingga ke dua puluh? · Sebelas, dua belas, tiga belas, empat belas, lima belas, enam belas, tujuh belas, lapan belas, sembilan belas dan dua puluh. · Wah, sungguh pandai. · Terima kasih abang. Ilmu hisab memang menjadi mata pelajaran yang saya sangat suka. คำศัพท์ในบทเรียน Selamat pagi:อรุญสวัสดิ์ adik:น้อง apa khabar: สบายดีไหม khabar baik: สบายดี buat : ทำ kerja: งาน sekolah: โรงเรียน kerja sekolah: การบ้าน berikan:ให้ mata :ตา pelajaran:บทเรียน/การเล่าเรียน mata pelajaran: วิชา ilmu: ความรู้ hisab: คำนวน ilmu hisab:วิชาคณิตศาสตร์ belajar: เรียน bolehkah: ได้ไหม bilang: นับ sampai: ถึง tentu boleh: ได้แน่นอน satu: หนึ่ง dua: สอง tiga:สาม empat: สี่ lima: ห้า enam:หก tujuh:เจ็ด lapan: แปด sembilan: เก้า sepuluh: สิบ hingga ke: ถึง sebelas:สิบเอ็ด dua belas: สิบสอง tiga belas:สิบสาม empat belas:สิบสี่ lima belas:สิบห้า enam belas:สิบหก tujuh belas:สิบเจ็ด lapan belas: สิบแปด sembilan belas:สิบเก้า dua puluh: ยี่สิบ wah: โอ้โห้ sungguh:จริง pandai:เก่ง terima: รับ kasih: รัก terima kasih: ขอบคุณ memang:แน่นอน menjadi: เป็น คำแปลบทสนทนา · อรุญสวัสดิ์ น้องมัต สบายดีไหม · อรุญสวัสดิ์ พี่อาลี สบายดีครับ · น้องกำลังทำอะไร · ผมกำลังทำการบ้านที่คุณครูให้ · วิชาอะไร · วิชาคณิตศาสตร์ · ตอนนี้น้องเรียนอยู่ป.อะไร · ป.หนึ่ง · น้องนับหนึ่งถึงสิบได้ไหม · ได้แน่นอน หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก เจ็ด แปด เก้า และ สิบ · และจากสิบเอ็ดถึงยี่สิบละ · สิบเอ็ด สิบสอง สิบสาม สิบสี่ สิบห้า สิบหก สิบเจ็ด สิบแปด สิบเก้า และ ยี่สิบ · โอ้โห้! เก่งจริง · ขอบคุณครับ วิชาคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่ผมชอบมาก หลักภาษา ลักษณะนามวลีในภาษามาเลเซียจะมีโครงสร้างหรือตำแหน่งการเรียงคำที่แตกต่างจากภาษาไทย ดังนี้คือ ลักษณะนามวลีในภาษามาเลเซียจะเริ่มต้นด้วยกับตัวเลขบ่งบอกจำนวน+คำลักษณะนาม+คำนาม ดังตัวอย่างต่อไปนี้ ตัวเลข คำลักษณะนาม คำนาม dua orang juru terbang สอง คน นักบิน คำลักษณะนามที่สำคัญในภาษามาเลเซียได้แก่ ekor ตัว (ใช้สำหรับสัตว์) pasang คู่/ชุด helai ตัว/ผืน(ใช้สำหรับเสื้อผ้า) buah ผล/หลัง/แห่ง/เล่ม keping แผ่น kumpulan กลุ่ม butir เม็ด utas เส้น ketul ก้อน kotak กล่อง แบบฝึกหัด 1. เติมที่ว่างด้วยกับคำลักษณะนามที่เหมาะสม i. Saya ada tiga………adik. ii. Sudarat memelihara (เลี้ยง) dua………kucing (แมว). iii. Abang membeli se……..baju baru dari pasar Bangkapi. iv. Ayah mahu (ต้องการ) saya ambil (เอา) dua……….kertas (กระดาษ)untuknya (เขา) iv. Somsak membina (สร้าง) empat ……….rumah di kampung itu. 2. แต่งประโยคด้วยกับคำต่อไปนี้ i. buat:………………………………………………………… ii. kerja sekolah:……………………………………………… iii. bolehkah:…………………………………………………. iv. sungguh pandai:…………………………………………... v. belajar:…………………………………………………….. 3. เติมที่วางด้วยกับคำที่เหมาะสมจากบทเรียน i. Hari ini adik tidak pergi ke ……..kerana(เพราะว่า) dia sakit (ป่วย). ii. Dalam satu minggu (สัปดาห์) ada…….hari. iii. Sunisa ……..belajar Bahasa Malaysia kerana ia (มัน) sangat mudah(ง่าย). iv. Adik saya sungguh..…….membaca buku. v. Ayah sedang………kerja di dalam bilik itu. 4.จับคู่คำตรงกันข้ามของคำต่อไปนี้ a. belajar g. murid b. cikgu h. benci c. pandai i. ajar d. kasih j. ambil e. baik k.bodoh f. beri l. jahat 5. แปลบทความต่อไปนี้เป็นภาษามาเลเซีย นี่น้องชายของฉัน ชื่อของเขาสมชาย เขามีอายุ 8 ปี เขาเรียนที่โรงเรียนบ้านรักเรียนซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับบ้านของพวกเรา ปัจจุบันสมชายเรียน ป. 2 เขาขยัน(rajin)เรียน เขาชอบอ่านหนังสือ วิชาที่เขาชอบคือ (ialah) วิชาคณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ เขาสามารถนับหนึ่งถึงหนึ่งร้อย (seratus)เป็นภาษาอังกฤษ คุณครูมักจะ (selalu)ชมเชย (memuji)เขา บทที่เจ็ด ไปปิกนิก · Adakah anda suka pergi berkelah? · Ya, saya sangat suka pergi berkelah. · Berapa kalikah dalam satu tahun anda pergi berkelah? · Lebih-kurang empat kali. · Ini bermakna anda akan pergi berkelah tiap-tiap tiga bulan sekali, betulkah? · Betul, begitulah. · Anda selalu pergi berkelah dengan siapa? · Saya selalu pergi berkelah dengan kawan-kawan saya. · Biasanya anda pergi berkelah di mana? · Di banyak tempat seperti di tepi pantai , air terjun, tasik, hutan, dan tempat-tempat bersejarah yang masyhur di Negara kita. · Bagaimanakah perasaan anda selepas pulang daripada pergi berkelah? · Saya berasa segar, gembira dan berharap bahawa akan dapat pergi berkelah dan berehat lagi pada masa akan datang. คำศัพท์ในบทเรียน Suka: ชอบ berkelah: ปิกนิก kali: ครั้ง empat: สี่ bermakna: หมายความว่า betulkah: ถูกต้องไหม begitulah: อย่างนั้นแหละ kawan: เพื่อน banyak: มาก/หลาย tempat: สถานที่/ที่ tepi:ริม/ชาย pantai: หาด air terjun: น้ำตก tasik: ทะเลสาบ hutan: ป่า bersejarah: มีประวัติศาสตร์ yang: ซึ่ง masyhur: โด่งดัง/มีชื่อเสียง perasaan: ความรู้สึก selepas: หลังจาก/หลัง pulang: กลับ berasa: รู้สึก segar: สดชื่น gembira: ดีใจ berharap: หวัง bahawa: ว่า dapat: สามารถ masa: เวลา masa akan datang: อนาคต คำแปลบทสนทนา · คุณชอบไปปิกนิกไหม · ครับ/คะ ฉันชอบไปปิกนิกมาก · ในหนึ่งปีคุณไปปิกนิกกี่ครั้งหรือ · ประมาณสี่ครั้ง · นี่หมายความว่าคุณจะไปปิกนิกทุกๆสามเดือนต่อหนึ่งครั้ง ถูกต้องไหม · ถูกต้อง เช่นนั้นแหละ · คุณมักจะไปปิกนิกกับใคร · ฉันมักจะไปปิกนิกกับเพื่อนๆของฉัน · ปรกติแล้วคุณจะไปปิกนิกที่ไหน · หลายสถานที่ เช่นที่ชายหาด น้ำตก ทะเลสาบ ป่า และสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงในประเทศของเรา · คุณมีความรู้สึกอย่างไรหลังกลับจากไปปิกนิก · ฉันรู้สึกสดชื่น ดีใจ และหวังว่าจะมีโอกาสไปปิกนิกและพักผ่อนอีกในอนาคต หลักภาษา ในภาษามาเลเซีย มีคำเชื่อมอยู่หลายคำ คำเชื่อมที่สำคัญคำหนึ่งคือ คำว่า yang (ซึ่ง) คำเชื่อมตัวนี้ทำหน้าที่เชื่อมประโยคหลักกับอนุประโยคเข้าด้วยกันเพื่อสร้างประโยคใจความซ้อนขึ้นมา อาทิ Mereka sedang menonton drama.(พวกเขากำลังชมละคร)และ Drama itu disukai oleh orang ramai. (ละครนั้นเป็นที่ชื่นชอบของผู้คน) ประโยคทั้งสองนี้สามารถเชื่อมร่วมเข้าด้วยกันเป็นประโยคเดียวโดยใช้คำเชื่อม yang ดังนี้ Mereka sedang menonton drama yang disukai oleh orang ramai. (พวกเขากำลังชมละครซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของผู้คน) แบบฝึกหัด 1. เชื่อมประโยคต่อไปนี้ให้เป็นประโยคเดียวกันโดยใช้คำเชื่อม ว่า yang. i. Ini pantai. Pantai ini cantik dan bersih. ii. Saya membeli kasut dari Pasar Nongkwan. Pasar Nongkwan terletak di daerah Chatuchak. iii. Budak(เด็ก) itu pakai (ใส่)baju merah(สีแดง). Budak itu anak Cikgu Attakorn. iv. Aruni belajar di sekolah itu. Sekolah itu dekat dengan pejabat pos. v. Polis menangkap (จับ) orang itu. Orang itu mencuri (ขโมย) wang (เงิน) Cikgu Alina. 2. เติมที่วางด้วยกับคำที่เหมาะสม i. Pada hari Ahad yang lalu (ที่ผ่านมา) saya telah pergi ke……. Pattaya dengan kawan-kawan saya. ii. ……….Sarika terletak di wilayah Samut Sakhorn. iii. Ada (มี)banyak…………..di wilayah Ayuttaya. iv. Orang ramai suka pergi berkelah di………….. v. Barang-barang di ……..Chatuchak sangat murah(ถูก). 3. แต่งประโยคด้วยกับคำต่อไปนี้ i. berkelah:………………………………………………….. ii. air terjun:………………………………………………… iii. berehat:…………………………………………………. iv. berasa:…………………………………………………… v. selalu:……………………………………………………. vi. selepas:…………………………………………………. 4. จับคู่คำตรงข้ามต่อไปนี้ Selepas pulang Gembira luar Pergi sebelum Selalu benci Suka sedih Dalam benci 5. แปลบทความต่อไปนี้เป็นภาษามาเลเซีย เมื่อวานฉันไปยังหาดพัทยากับเพื่อนๆของฉัน พวกเราไปยังที่นั้นโดยรถยนต์ ตอนหกโมงเช้า และพวกเราไปถึง(sampai)ที่นั้นตอนแปดโมงเช้า พวกเราไปที่นั้นเพื่อปิกนิก หาดพัทยาสวยและสะอาดมาก มีคนมากมายมาพักผ่อนที่นั้น พวกเรารู้สึกสดชื่นและดีใจมาก พวกเราเล่นน้ำที่นั้น พวกเรากลับยังบ้านตอนสี่โมงเย็น เมื่อวานเป็น(menjadi) วันที่สนุก(seronok)สำหรับ (untuk) พวกเรา บทที่แปด ที่ทำงาน · Di manakah anda bekerja, Encik Faisal? · Saya bekerja di syarikat Thai International Berhad. · Syarikat itu terletak di mana? · Syarikat itu terletak di Daerah Rangsit. · Bagaimanakah anda pergi bekerja? · Biasanya, saya akan pergi dengan kereta sendiri. · Dalam satu minggu, berapa harikah anda bekerja? · Saya bekerja lima hari dalam seminggu. · Apakah jawatan anda di dalam syarikat itu? · Saya bekerja sebagai ( kerani, jurukira, pegawai perhubungan, pegawai keselamatan, tukang membuat kebersihan, setiausaha, pengurus, pengarah, dll) · Sudah berapa tahunkah anda bekerja di syarikat itu? · Saya bekerja di situ selama lima tahun? · Sejak bilakah anda mula bekerja? · Sejak tahun 2545. · Berapa ribukah gaji bulanan anda? · Gaji bulanan saya sebanyak 8000 baht. · Adakah anda suka kerjaya anda itu? · Ya, saya suka. · Saya berharap bahawa anda akan terus maju dalam kerjaya anda itu. · Terima kasih. คำศัพท์ในบทเรียน tempat: สถานที่/ที่ kerja: งาน bekerja: ทำงาน syarikat: บริษัท berhad: จำกัด biasanya: โดยปรกติแล้ว sendiri: ตัวเอง / เอง jawatan: ตำแหน่ง sebagai: เป็น kerani: เสมียน juru kira: นักการบัญชี pegawai perhubungan: เจ้าหน้าที่ติดต่อสื่อสาร pegawai keselamatan: เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย tukang membuat kebersihan: พนักงานทำความสะอาด setiausaha: เลขานุการ pengurus: ผู้จัดการ pengarah: ผู้อำนวยการ selama: เป็นเวลา ribu: พัน (จำนวน) gaji: ค่าจ้าง bulanan: รายเดือน sebanyak: เป็นจำนวน terus: ต่อไป maju: ก้าวหน้า kerjaya: การงาน คำแปลบทสนทนา · คุณทำงานที่ใหน คุณไฟซอล · ฉันทำงานที่บริษัทไทยอินเตอร์เนชั่นแนล · บริษัทนั้นตั้งอยู่ที่ไหน · บริษัทนั้นตั้งอยู่ที่เขตรังสิต · คุณไปทำงานอย่างไร · ปรกติแล้วฉันจะไปโดยรถส่วนตัว · ในหนึ่งสัปดาห์คุณทำงานกี่วัน · ฉันทำงานห้าวันในหนึ่งสัปดาห์ · คุณทำงานตำแหน่งอะไรที่บริษัทนั้น · ฉันทำงานเป็น (เสมียน นักการบัญชี เจ้าหน้าที่ติดต่อสื่อสาร เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย แม่บ้าน เลขานุการ ผู้จัดการ ผู้อำนวยการ) · กี่ปีแล้วคุณทำงานที่บริษัทนั้น · ฉันทำงานที่นั้นเป็นเวลา ห้าปีแล้ว · คุณเริ่มทำงานตั้งแต่ปีที่เท่าไร · ตั้งแต่ปี 2545 · เงินเดือนของคุณเท่าไร · เงินเดือนของฉันเป็นจำนวน 8000 บาท · คุณชอบงานของคุณใหม? · ใช่ ฉันชอบ · ฉันหวังว่า คุณจะก้าวหน้าในการงานของคุณเอง · ขอบคุณ หลักภาษา ในภาษามาเลเซียมีคำบุพบทพื้นฐานที่ควรรู้ดังนี้ dari : จาก daripada: จาก untuk: เพื่อ/สำหรับ kepada: แก่/ต่อ ke: ยัง di: ที่ sejak: ตั้งแต่ sehingga/sampai: จนกระทั่งถึง/ถึง tentang:เกี่ยวกับ dengan: กับ/โดย/อย่าง pada: ใน (ห้วงเวลา) terhadap: ต่อ โดยรวมแล้วคำบุพบทเหล่านี้สามารถใช้วางในตำแหน่งต่างๆได้เหมือนกับคำบุพบทในภาษาไทย ยกตัวอย่าง · Hadiah ini untuk anda. (ของขวัญนี้สำหรับคุณ) · Tolong berikan surat ini kepada Puan Aranya.(ช่วยมอบจดหมายนี้แก่คุณอรัญญา) · Kami sedang belajar tentang Negara Singapura. (พวกเรากำลังเรียนเกี่ยวกับประเทศสิงค์โปร์) · Adik sudah tidur sejak pukul 8 malam. (น้องนอนแล้วตั้งแต่สองทุ่ม) มีข้อยกเว้นเล็กน้อยสำหรับคำต่อไปนี้ 1. dari และ daripada คำทั้งสองคำนี้มีความหมายว่า ‘จาก’ เหมือนกันในภาษาไทย แต่อย่างไรก็ตามคำสองคำนี้ใช้ต่างกันดังนี้ 1. dari ให้กับคำตามหลังที่เป็นคำนามเกี่ยวกับสถานที่หรือเวลาเท่านั้น อาทิ Saya datang dari wilayah Yala. (ฉันมาจากจังหวัดยะลา) Mereka tinggal di sini sejak dari tahun 2520. (พวกเขาอาศัยอยู่ที่นี่ตั้งแต่จากปี 2520) 2. ส่วนคำว่า daripada ให้ใช้ในกรณีที่คำซึ่งตามมานั้นไม่ใช่สถานที่หรือเวลา อาทิ Seluar ini dibuat daripada bulu binatang. (กางเกงนี้ถูกทำมาจากขนสัตว์) 2. pada ซึ่งมีความหมายว่า ‘ใน/ในตอน’ ในที่นี้ให้ใช้กับคำตามหลังที่เป็นห้วงเวลา อาทิ Pada hari Isnin yang lalu saya telah berjumpa dengan kawan lama di pasar Chatuchak secara kebetulan. (ในวันจันทร์ที่แล้วฉันได้พบกับเพื่อนเก่าที่ตลาดจตุจักรโดยบังเอิญ) ถ้าต้องการใช้กับคำตามหลังอื่นๆที่เป็นสถานที่ ให้ใช้คำว่า dalam (ใน) แทนที่ อาทิ Saya terlupa beg di dalam perpustakaan. (ฉันลืมกระเป๋าที่ในห้องสมุด) จะใช้คำว่า pada ไม่ได้ ณ.ตรงนี้ อย่างไรก็ตามคำว่า pada ในบางกรณีจะสามารถใช้ได้กับคำกริยาบางคำโดยคำว่า pada นี้จะสื่อความหมายว่า ที่ เช่น Buku awak ada pada saya. (หนังสือของเธอมีอยู่ที่ฉัน) หรือ Tolong lekatkan kenyataan ini pada papan itu. (ช่วยแปะข้อความนี้ที่กระดานนั่น) เป็นต้น 3. ส่วนคำว่า dengan นั้นสามารถใช้สื่อความหมายได้ 3 อย่าง กล่าวคือ กับ/โดย/และอย่าง โดยขึ้นอยู่กับว่าคำที่ตามมาข้างหลังมันเป็นคำอะไร ถ้าเป็นคำนามทั่วไปก็จะมีความหมายว่า ‘กับ’ ถ้าเป็นคำซึ่งเป็นชื่อของพาหนะคำว่า dengan ก็จะมีความหมายว่า โดย และถ้าคำที่ตามมานั้นเป็นคำคุณศัพท์ dengan ก็จะสื่อความหมายว่า ‘อย่าง’ ดังตัวอย่างต่อไปนี้ Adik pergi ke sekolah dengan kakak. (น้องไปโรงเรียนกับพี่สาว) Adun balik ke rumah dengan bas sekolah. (อดุลกลับบ้านโดยรถโรงเรียน) และ Kita perlu menghantar surat ini dengan segera. (พวกเราจำเป็นต้องส่งจดหมายนี้โดยด่วน) แบบฝึกหัด 1. เติมที่วางด้วยกับคำบุพบทที่เหมาะสม i. Mereka akan pergi……wilayah Surin pada bulan depan. ii. Orang itu datang ……..negara Cina. iii. Adun tinggal di sini (ที่นี่) ……….tiga tahun yang lalu. iv. Anda ambil barang (สิ่งของ) ini ……….siapa? v. Aranya pulang (กลับ)…….rumahnya ……..keretapi.(รถไฟ) 2. แต่งประโยคด้วยกับคำศัพท์ที่ให้ดังต่อไปนี้ i. bekerja:…………………………………………………. ii.syarikat:………………………………………………… iii. gaji:…………………………………………………… iv. suka:…………………………………………………… v. maju:…………………………………………………… 3. เปลี่ยนบทสนทนาข้างต้นให้เป็นรูปของบทความ .................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... 4. เติมที่ว่างด้วยกับคำที่เหมาะสมที่ให้ใว้ข้างล่างนี้ bekerja, berharap, minggu, maju, pengurus · Negara kita akan …jika (ถ้า) kita semua (ทั้งหมด) bekerjasama (ร่วมมือกัน) dan bersatu padu (สามัคคี). · Saya…bahawa anda akan lulus (ผ่าน) dalam peperiksaan (การสอบ) dengan cemerlang (อย่างดี). · Encik Somsak….di syarikat Esso Mobile berhad. · Bapa saya bekerja sebagai (เป็น)….di Bank Maybank. · Pada…..lepas, Puan Aruni telah pergi ke luar Negara untuk bercuti (หยุดพัก). 5. ระบุอาชีพของบุคคลต่อไปนี้ i. Tugas (หน้าที่) saya ialah menjaga (ดูแล) kebersihan (ความสะอาด)…………….. ii. Jawatan saya tertinggi (สูงที่สุด) dalam sesebuah syarikat…………… iii. Saya sentiasa menolong ketua (หัวหน้า) saya dalam membuat semua kerja……………….. iv. Saya menjaga supaya tidak ada orang yang menceroboh (บุกรุก) syarikat saya………………….. v. Menghubungi orang lain ialah tugas saya dalam syarikat……………………. 6. แปลบทความต่อไปนี้เป็นภาษามาเลเซีย นี่คือคุณศรราม ธงชัย เขาคือคนจังหวัดพัทลุง เขาทำงานที่บริษัทไทยก้าวหน้า เขาเป็นผู้จัดการที่บริษัทนั้น บริษัทไทยก้าวหน้านี้ตั้งอยู่ที่กรุงเทพฯ ศรรามทำงานที่บริษัทนี้ตั้งแต่สิบห้าปีที่ผ่านมา ปัจจุบันเงินเดือนของเขา หกหมื่นบาท เขารักงานของเขานี้มาก เขาอยากให้บริษัทของเขาก้าวหน้าและได้กำไร (keuntungan)มากๆ บทที่เก้า ไปหาหมอ · Sila masuk ke dalam, encik. · Terima kasih, tuan doktor. · Ada apa yang saya boleh bantukah? · Begini tuan doktor, saya rasa kurang sihat, sakit kepala dan panas badan · Ada batukkah? · Ya, ada. Dan ada hingus. · Sejak bilakah anda rasa kurang sihat? · Sudah dua hari. · Anda sudah makan apa-apa ubat? · Ya, tetapi masih tidak berapa baik. · Saya akan berikan ubat yang lebih baik kepada encik. Di samping itu encik perlu berehat banyak-banyak. · Ya, tuan doktor. Oh, saya perlu makan ubat ini bagaimana? · Makan dua butir selepas makan nasi sebanyak tiga kali iaitu pagi, tengah hari dan malam. · Ya, terima kasih, tuan doktor. คำศัพท์ในบทเรียน sila: เชิญ masuk: เข้า tuan: ท่าน/คุณ doktor: หมอ boleh:สามารถ/ได้ bantu: ช่วย kah: ใหม begini: อย่างนี้ rasa: รู้สึก kurang: น้อย sihat:แข็งแรง kurang sihat: ไม่ค่อยแข็งแรง sakit: ป่วย/เจ็บ kepala:ศีรษะ panas:ร้อน badan:ร่างกาย batuk:ไอ hingus:น้ำหมูก ubat: ยา tetapi: แต่ masih: ยังคง tidak: ไม่ berapa:เท่าไร baik:ดี berikan:ให้ lebih baik: ดีกว่า di samping itu: นอกจากนั้น perlu: ควร/จำเป็นต้อง berehat: พักผ่อน banyak-banyak: มากๆ butir: เม็ด sebanyak: จำนวน kali: ครั้ง pagi: เช้า tengah: ครึ่ง/กลาง tengah hari: เที่ยงวัน malam:กลางคืน terima:รับ kasih: รัก terima kasih: ขอบคุณ คำแปลบทสนทนา · เชิญเข้ามาข้างในครับคุณ · ขอบคุณครับคุณหมอ · มีอะไรที่ผมสามารถช่วยได้ครับ · อย่างนี้ครับคุณหมอ ผมรู้สึกไม่ค่อยสบาย ปวดศีรษะและตัวร้อน · มีไอไหม? · ครับมี และมีน้ำหมูก · คุณรู้สึกไม่สบายมาตั้งแต่เมื่อไร? · สองวันแล้ว · คุณทานยาอะไรแล้วหรือยัง? · ครับ แต่ยังคงไม่ค่อยดี · ผมจะให้ยาที่ดีกว่า นอกจากนั้นคุณต้องพักผ่อนให้มากๆ · ครับคุณหมอ โอ้ แล้วผมต้องทานยานี้อย่างไร? · ทานสองเม็ดหลังจากทานข้าว 3 ครั้ง กล่าวคือ เช้า เที่ยงและค่ำ · ครับ ขอบคุณครับ คุณหมอ หลักภาษา การแสดงการเปรียบเทียบคุณลักษณะระหว่างสิ่งต่างๆในภาษามาเลเซียนั้นสามารถทำได้โดยการใช้โครงสร้างดังต่อไปนี้ i. เมื่อต้องการแสดงให้เห็นว่าสิ่งสองสิ่งนั้นมีความเท่าเทียมกันในเรื่องของคุณลักษณะหนึ่งๆ ให้เราใช้โครงสร้างดังนี้ นาม+sama+คุณศัพท์+dengan+นาม หรือ นาม+ se+คุณศัพท์+นาม อาทิ Kasut ini sama mahal dengan kasut itu (รองเท้านี้แพงพอๆกับรองเท้านั้น) Istana Sultan Mahmud itu sebesar istana Sultan Mahyuddin. (ราชวังของสุลต่านมะห์มูดนั้นใหญ่พอๆกับราชวังของสุลต่านมะห์ ยุดดีน) ii. เมื่อต้องการแสดงให้เห็นว่าสิ่งๆหนึ่งนั้นมีความเหนือกว่า/เด่นกว่าอีกสิ่งหนึ่งในภาษามาเลเซีย เราสามารถทำได้โดยการใช้โครงสร้างประโยคต่อไปนี้ นาม+lebih +คุณศัพท์+ daripada อาทิ Taksin lebih kaya daripada Samak. (ทักษิณรวยมากกว่าสมัคร) iii. เมื่อต้องการสื่อความหมายว่าสิ่งหนึ่งนั้นมีคุณสมบัติเหนือกว่าสิ่งอื่นทั้งหมด (ที่สุด) เราจะใช้โครงสร้างดังต่อไปนี้ นาม+ter+คุณศัพท์+(ส่วนขยาย) อาทิ Sungai Chaupraya ialah sungai yang terpenting di Negara Thai. (แม่น้ำเจ้าพระยาคือแม่น้ำที่ยาวที่สุดในประเทศไทย) แบบฝึกหัด 1. เติมคำที่เหมาะสมลงในที่ว่างต่อไปนี้ i. Abang lebih besar………saya. ii. Rumah itu ………luas dengan rumah saya. Iii. Taksin ialah orang yang……….di Negara Thai. iv. Hari ini udara sangat ………… v. Keretapi ……..cepat daripada kereta. 2. แต่งประโยคแสดงการเปรียบเทียบในระดับเท่าเทียมกัน/กว่า และที่สุด ด้วยกับคำคุณศัพท์ต่อไปนี้ i. rajin: ii. cerdik: iii. mahal: iv. jauh: v. payah: 3. เติมที่ว่างด้วยกับคำศัพท์ที่เหมาะสมจากบทสนทนา i. Ranee tidak datang ke sekolah kerana dia……….. ii. Udara sangat ………pada bulan April. iii. Saya sakit kepala. Awak ada………kah? iv. Orang sakit perlu ………..banyak-banyak. v. ………makan nasi, Udum membasuh tangannya. 4.จับคู่คำตรงกันข้ามต่อไปนี้ Sihat Jahat Selepas Bekerja Berehat Sakit Baik Sejuk Panas Sebelum 5. แปลบทความต่อไปนี้เป็นภาษามาเลเซีย วันนี้องอาจไม่ไปโรงเรียน เขาป่วย เขาปวดหัว และตัวร้อน แม่พา (membawa) องอาจไปพบหมอที่โรงพยาบาล หมอบอกว่า (memberitahu bahawa)เขา (เป็น)ไข้หวัด (demam selesema) หมอสั่งให้ (menyuruh)เขาพักผ่อนมากๆและทานยา 2 ครั้งในหนื่งวัน บทที่สิบ พูดโทรศัพท์ · Helo, adakah itu rumah Encik Suntorn? · Ya dan saya Suntorn. Siapakah yang sedang bercakap? · Saya Somchai. Apa khabar? · Oh! Somchai. Khabar baik. Lama betul tidak dengar khabar daripada awak. Sekarang buat kerja apa? · Seperti dahulu sahaja. Saya masih bekerja di syarikat Thailand Import-Export. Awak pula bagaimana? · Saya sudah tukar kerja baru. · Ya kah? Kerja apa? · Sekarang saya bekerja di Kementerian Luar. · Sungguh bagus. Jadi sekarang awak seorang pegawai diplomat, betulkah? · Begitulah. Em, adakah awak kosong petang ini? · Ya kosong. Ada apa. · Kalau begitu kita boleh berjumpa di restoran Duang Keaw dan berbual-bual. · Itu satu cadangan yang baik. Kita berjumpa petang ini pada pukul lima petang nanti. คำศัพท์ในบทเรียน Lama: นาน betul: จริง/ถูกต้อง khabar: ข่าวคราว sekarang: ตอนนี้/เดี๋ยวนี้ seperti dahulu sahaja: เหมือนแต่ก่อน syarikat: บริษัท tukar: เปลี่ยน kerja: งาน kementerian: กระทรวง luar: นอก/ข้างนอก sungguh: จริงๆ pegawai diplomat: เจ้าหน้าที่การทูต betulkah: ถูกต้องไหม begitulah: เช่นนั้นแหละ kosong: ว่าง kalau begitu: ถ้าเช่นนั้น restoran: ร้านอาหาร berbual-bual : พูดคุยกัน cadangan: ข้อเสนอ pada pukul: ในเวลา nanti: ที่จะมาถึง คำแปลบทสนทนา · ฮัลโล นั่นบ้านคุณสุนทรใช่ไหม? · ครับ และผมคือสุนทร ใครกำลังพูดสายครับ · ผม สมชาย สบายดีใหม · โอ้สมชาย สบายดี นานเหลือเกินที่ไม่ได้ข่าวคราวจากเธอ ตอนนี้ทำงานอะไร · เหมือนเมื่อก่อน ผมยังทำงานที่บริษัทไทยแลนด์อิมพอร์ต เอ็กซ์พอร์ต แล้วคุณละเป็นอย่างไร · ผมเปลี่ยนงานใหม่แล้ว · จริงหรือ งานอะไร · ตอนนี้ผมทำงานที่กระทรวงการต่างประเทศ · ดีจริง ตกลงตอนนี้คุณเป็นเจ้าหน้าที่การทูตใช่ใหม · อย่างนั้นแหละ คุณว่างใหมเย็นนี้ · ครับ ว่าง มีอะไร · ถ้าเช่นนั้น พวกเราสามารถพบกันที่ร้านดวงแก้วและพูดคุยกันได้ · นั้นเป็นข้อเสนอที่ดี พวกเราพบกันเย็นนี้เวลาห้าโมงเย็น หลักภาษา ในภาษามาเลเซีย มีคำอยู่สามคำที่มีความหมายว่า มี ได้แก่คำว่า ada, mempunyai, terdapat โดยคำทั้งสามคำนี้มีหลักในการใช้ดังนี้ i. คำว่า ada สามารถใช้ได้ในตำแหน่งเริ่มต้นประโยค หรือหลังประธาน หรือ คำเชื่อม yang อาทิ Ada orang sedang duduk di dalam bilik itu. (มีคนกำลังนั่งอยู่ในห้องนั้น) หรือ Mereka ada soalan hendak tanya cikgu. (พวกเขามีคำถามต้องการถามคุณครู) Pelajar-pelajar yang ada masalah boleh datang berjumpa dengan guru penasihat. (นักเรียนที่มีปัญหาสามารถมาพบกับครูที่ปรึกษาได้) ii. คำว่า terdapat สามารถใช้ได้เมื่ออยู่ในตำแหน่งเริ่มต้นประโยคหรือหลังคำเชื่อม yang อาทิ Terdapat budak-budak sedang bermain bola di dalam padang itu. (มีเด็กๆกำลังเล่นฟุตบอลที่ในสนามนั้น) Semua barang yang terdapat di situ adalah untuk kamu. (ของทั้งหมดซึ่งมีอยู่ที่นั้นเป็นของเธอ) iii. คำว่า mempunyai สามารถใช้ได้เฉพาะอยู่หลังประธานเท่านั้น อาทิ Suda mempunyai dua orang kakak dan seorang adik lelaki. (สุดามีพี่สาวสองคนและน้องชายหนึ่งคน) แบบฝึกหัด 1.เติมที่ว่างด้วยกับคำว่า มี ที่เหมาะสม i. Sudarat………..wang sebanyak lima ratus baht. ii. ………orang yang tidak membuat kerja sekolah pada hari ini. iii. Saya akan memberikan apa-apa yang ……..di dalam beg itu kepada sesiapa yang dapat memulangkan beg itu kepada saya. iv. Sulaiman ……..lima orang abang. v. ………..masalah yang perlu diatasi bersama. 2. แต่งประโยคด้วยกับคำศัพท์ต่อไปนี้ i. bercakap:…………………………………………………… ii. masih:……………………………………………………… iii. seperti dahulu:……………………………………………. iv.berjumpa:………………………………………………….. v. tukar:………………………………………………………. 3. เติมที่ว่างด้วยกับคำศัทพ์ที่เหมาะสมจากบทเรียน i. Helo, bolehkah saya………dengan Supatra? Maaf, dia baru keluar. ii. Chatchai bekerja sebagai……….di kedutaan itu. iii. Saya akan datang ke sini lagi……..ada masa luang. iv. Anak-anak muda suka duduk………..di tepi jalan. v. …………..Thai terletak di jalan Sri Ayuttaya. 4. หาคำตรงข้ามให้แก่คำศัพท์ต่อไปนี้ bercakap: ………….. kosong:………………… baik:…………………berjumpa:……………… betul:………………..dahulu:…………………. 5. แปลบทสนทนาต่อไปนี้ให้เป็นภาษามาเลเซีย · นั้นคุณสุรเดชใหม · ครับผมสุรเดช และคุณละ · ผมสมชาย รักไทย · สมชายหรึอ นานแล้วไม่พบกัน สบายดีหรือ · สบายดี ตอนนี้คุณยังทำงานที่บริษัทไทยซีเมนต์ใหม · ไม่ ผมเปลี่ยนใหม่ตั้งแต่ 2ปีก่อน · ตอนนี้คุณทำงานอะไร · ผมเป็นเจ้าหน้าที่การเงิน (kewangan) ที่บริษัทการบินไทย · ดีจริงๆ บทเรียนที่หนึ่ง ช่วยพ่อแม่ Marina seorang murid Tahun 2 Orkid. Dia berumur lapan tahun. Dia belajar di Sekolah Kebangsaan Damansara High. Marina seorang budak yang sangat rajin dan baik. Pada hari cuti, dia menolong ibunya membuat kerja-kerja rumah. Selepas sarapan, dia mencuci pinggan mangkuk. Setelah itu, dia menyapu sampah dan mencuci tingkap. Dia juga menjaga adiknya. คำศัพท์ในบทเรียน murid: นักเรียน belajar : เรียน sekolah: โรงเรียน kebangsaan: แห่งชาติ budak: เด็ก yang: ซึ่ง/ซึ่งที่ sangat: มากๆ rajin: ขยัน dan: และ baik: ดี pada: ใน hari cuti: วันหยุด menolong: ช่วย ibunya: แม่ของเขา membuat: ทำ kerja: งาน selepas: หลัง sarapan: อาหาร mencuci: ล้าง pinggan: จานmangkuk: ถ้วย setelah itu: หลังจากนั้น menyapu: กวาด sampah: ขยะ mencuci: ทำความสะอาด/ล้าง tingkap: หน้าต่าง juga: เช่นกัน/ด้วย menjaga:ดูแล adik: น้อง หลักภาษา คำสรรพนามในภาษามาเลเซียสามารถแบ่งออกเป็น สามกลุ่มเช่นเดียวกับภาษาอื่นๆคือ สรรพนามบุรษที่หนึ่ง (ผู้พูด) บุรุษที่สอง(คู่สนทนา) และบุรุษที่สาม (ผู้ที่ถูกเอ่ยถึง) คำสรรพนามหลักๆในภาษามาเลเซียได้แก่ บุรุษที่หนึ่ง บุรุษที่สอง บุรุษที่สาม เอกพจณ์ saya (ฉัน) awak, kamu,engkau anda (เธอ/คุณ) dia (เขา) , beliau (ท่าน) ia (มัน) พหุพจณ์ kami, kita (พวกเรา) awak, kamu, engkau, anda semua (เธอ/คุณทั้งหมด) mereka (พวกเขา) คำสรรพนามเหล่านี้สามารถนำมาใช้ได้ในตำแหน่งต่างๆทั้งในกรณีที่ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค หรือกรรม หรือแสดงความเป็นเจ้าของ หรือหลังคำบุพบท ดังตัวอย่างต่อไปนี้ · Dia suka melukis gambar alam semula jadi. (เขาชอบวาดภาพธรรมชาติ) · Ibu menyuruh saya pergi membeli barang di pasar. (แม่ใช้ฉันไปซึ้อของที่ตลาด) · Ini bapa saudara kami. (นี่ลุงของพวกเขา) · Tolong berikan barang ini kepada mereka. (ช่วยมอบของนี้ให้แก่พวกเขา) มีข้อยกเว้นบางประการที่ควรทราบเกี่ยวกับคำสรรพนามเหล่านี้ 1.สำหรับคำว่า dia ซึ่งมีความหมายว่า เขา นั้น เราจะใช้รูป dia เมื่อคำดังกล่าวทำหน้าที่เป็นประธานในประโยคเท่านั้น แต่ถ้าหากว่าคำว่า เขา ทำหน้าที่เป็นกรรม หรือแสดงความเป็นเจ้าของหรือปรากฏหลังคำบุพบท เราจะใช้คำว่า nya แทน โดยให้เขียนคำว่า nya นี้ติดกับคำกริยาหรือคำนามหรือคำบุพบทเลย อาทิ Guru memujinya kerana kerajinannya. (คุณครูชมเขาเพราะความขยันอุตสาหะของเขา) Hadiah ini adalah untuknya sahaja. (ของขวัญนี้สำหรับเขาเท่านั้น) 2. คำว่า พวกเรา ในภาษามาเลเซียมีอยู่สองคำ คือ kami และ kita คำสองคำนี้ใช้ต่างกันดังนี้ คำว่า kami จะใช้ในกรณีที่หมายถึงผู้พูดจำนวนตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยไม่มีความหมายรวมถึงคู่สนทนา อาทิ นักเรียนจำนวนหนึ่งบอกกับคุณครูว่า “Hari ini kami lupa membuat kerja sekolah.” (วันนี้พวกเราลืมทำการบ้าน)คำว่า พวกเรา ในประโยคนี้หมายถึงเฉพาะตัวนักเรียนเท่านั้น ไม่รวมถึงตัวคุณครูด้วย ส่วนคำว่า kita จะความหมายครอบคลุมทั้งผู้พูดและคู่สนทนา อาทิ คุณครูพูดกับนักเรียนว่า Hari ini kita akan membuat lawatan sambil belajar ke Muzium Negara. (วันนี้พวกเราจะไปทัศนะศึกษาที่พิพิธภัณท์สถานแห่งชาติกัน) คำว่า พวกเรา ในประโยคนี้มีความหมายครอบคลุมถึงทั้งตัวคุณครูและนักเรียนด้วย แบบฝึกหัด 1. เติมที่ว่างด้วยกับคำสรรพนามที่เหมาะสมพร้อมกับแปลประโยคให้เป็นภาษาไทย i. ………….datang dari wilayah Pattani. ii. Tolong sampaikan salam…….kepada ibu bapa kamu. iii. Ini bukan buku Bahasa Inggeris ………… iv. ………..suka bermain bola pada waktu petang di padang itu. v. Cikgu hendak berjumpa dengan……….semua. 2. สร้างประโยคคำถามที่เหมาะสมกับคำตอบที่ให้ · Di manakah………..?Marina belajar di Sekolah Kebangsaan Damansara High. · Berapa tahunkah………? Umur Marina lapan tahun. · Apakah……….? Pada hari cuti, Marina menolong ibunya membuat kerja-kerja rumah. · …………Marina menjaga adiknya? Ya, Marina menjaga adiknya di rumah. · Marina belajar dalam……………? Dia belajar dalam tahun 2 orkid. 3. จับคู่คำที่มีความหมายเหมือนกัน membasuh , mengaji, ada , melakukan , membantu · belajar……......menolong………..membuat……… · mencuci…………… mempunyai…………. 4. แปลประโยคต่อไปนี้เป็นภาษาไทย i. Saya ada seorang adik. ii. Namanya Abdullah. iii. Dia belajar di Institut Teknologi MARA. iv. Dia seorang budak yang rajin. v. Dia menolong saya dan ibu bapa membuat kerja rumah. 5. จงแต่งประโยคด้วยกับคำศัพท์ต่อไปนี้ i. rajin :…………………………………………………. ii. menolong:…………………………………………… iii. hari cuti:…………………………………………… iv. belajar:……………………………………………… v. baik:………………………………………………… บทเรียนที่สอง เด็กผู้สร้างคุณงามความดี Pada satu malam Busu balik dari rumah kawannya. Dalam perjalanan balik Busu nampak bayang-bayang orang dekat rumah Pak Samad. Busu tahu bahawa Pak Samad dengan keluarganya tidak ada di rumah. Dia fikir orang itu tentu hendak mencuri. Busu pun berlari dengan segera ke rumahnya. Dia memberitahu bapanya. Bapanya pula dengan segera memberitahu jiran di sebelah rumahnya. Orang kampung datang mengepung orang itu. Orang itu cuba hendak lari tetapi dia dapat ditangkap. Mereka membawa pencuri itu kepada ketua kampung. Pencuri itu kemudian dibawa ke balai polis. คำศัพท์ในบทเรียน malam: กลางคืน balik: กลับ perjalanan: การเดินทาง nampak: เห็น bayang-bayang : เงา tahu: รู้ fikir: คิด tentu: แน่นอน hendak: ต้องการ mencuri: ขโมย berlari: วิ่ง dengan segera: โดยทันที memberitahu: บอก jiran: เพื่อนบ้าน di sebelah: ข้างๆ mengepung: ล้อมรอบ cuba: พยายาม lari: หนี tetapi: แต่ ditangkap: ถูกจับ membawa: ถูกพาไป ketua kampung: ผู้ใหญ่บ้าน balai polis: สถานีตำรวจ หลักภาษา ประโยคเน้นกรรมหรือประโยคกรรมวาจกคือรูปประโยคอย่างหนึ่งที่นิยมใช้ในการเขียนและการพูด ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการเน้นให้เห็นความสำคัญของส่วนที่ทำหน้าที่เป็นกรรมในประโยค หรือเนื่องจากว่าไม่รู้ว่าประธานผู้กระทำนั้นเป็นผู้ใด โดยประโยคเน้นกรรมในภาษามาเลเซียจะมีโครงสร้างดังนี้ กรรม di+กริยารูปเดิม oleh ประธาน Ikan dimakan oleh kucing ปลา ถูกกิน โดย แมว หมายเหตุ คำกริยาที่ใช้ในประโยคเน้นกรรมนี้จะต้องเป็นคำกริยาที่เป็นรากคำที่ไม่มีการเติมคำอุปสรรคนำหน้าใดๆทั้งสิ้น ดังนั้นถ้าคำกริยาที่มีคำอุปสรรคอยู่ จำเป็นจะต้องตัดคำอุปสรรคออกและเปลี่ยนให้เป็นรากคำเดิมเสียก่อนแล้วจึงจะนำมาใช้ในประโยคเน้นกรรมได้ อาทิ คำกริยาว่า menanam ต้องเปลี่ยนให้เป็น tanam เสียก่อนแล้วจึงเติม di เป็น ditanam เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตาม อนุญาตคงคำปัจจัยที่ท้ายคำกริยาเอาไว้ได้ อาทิ memasukkan เป็น dimasukkan อนึ่งในบางกรณีอนุญาตให้ละคำว่า oleh ออกจากประโยค หรือละทั้ง oleh และส่วนของประธานออกจากประโยคเน้นกรรม อาทิ Ikan dimakan kucing. หรือ Ikan telah dimakan. แบบฝึกหัด 1. แต่งประโยคเน้นกรรมด้วยกับคำกริยาต่อไปนี้ i. menulis:…………………………………………………… ii. memukul:…………………………………………………. iii. membeli:…………………………………………………. iv. jual:...................................................................................... v. ambil:.................................................................................... 2.ตอบคำถามความเข้าใจต่อไปนี้ 1. Busu sedang balik dari mana pada malam itu? 2. Apakah yang Busu nampak dekat dengan rumah Pak Samad? 3. Apakah yang dilakukan oleh Busu? 4. Bagaimanakah pencuri itu ditangkap? 5. Ke manakah pencuri itu dihantar? 3.จงระบุว่าข้อความต่อไปนี้ถูกต้องหรือผิด · Pada satu malam, ketika Busu sedang balik dari rumah rakannya dia terlihat bayang-bayang di rumah Pak Samad. ( ) · Orang itu hendak pinjam barang dari Pak Samad ( ) · Busu terus melaporkan perkara itu kepada polis ( ) · Busu berjaya menangkap pencuri itu ( ) · Pencuri itu dibawa ke balai polis ( ) 4. จงหารากคำของคำต่อไปนี้ perjalanan berlari memberitahu mengepung membawa pencuri ditangkap ternampak menghendaki dibawa 5. แต่งประโยคด้วยกับคำต่อไปนี้ · balik dari:…………………………………………….. · memberitahu:…………………………………………. · dengan segera:………………………………………… · mengepung:…………………………………………… · menangkap:…………………………………………… · jiran:…………………………………………………… 6. บุคคลต่อไปนี้คือใคร · Sompong bertugas untuk menjaga keselamatan negara. ( ) · Nongnut membuat kerja rumah sebelum pergi ke sekolah. ( ) · Somsak menanam padi di sawah. ( ) · Apirat menjual berbagai barang di pasar. ( ) · Daruni sudah tidak bekerja di mana-mana lagi. ( ) 7. เปลี่ยนประโยคต่อไปนี้ให้เป็นประโยคเน้นประธาน · Pencuri itu ditangkap oleh orang-orang kampung itu. · Dia dibawa ke balai polis oleh ketua kampung. · Kumpulan penjahat itu dikepung oleh pihak polis. · Kereta Somchai dicuri oleh penagih dadah บทเรียนที่สาม เจ้ากระจงกับจระเข้ Pada suatu hari, Sang Kancil berasa lapar. Sang Kancil nampak sebatang pokok rambutan di seberang sungai. Sang Kancil ingin makan rambutan itu tetapi dia tidak tahu berenang. Sang Kancil mendapat satu akal. Sang Kancil memanggil semua buaya dan menyuruh buaya-buaya itu beratur. Sang Kancil melompat ke atas kepala buaya dan mengiranya. Sesampai di seberang, Sang Kancil ketawa kerana berjaya menipu buaya dan dapat memakan buah rambutan. Buaya marah kepada Sang Kancil. คำศัพท์ในบทเรียน Sang Kancil: กวาง suatu: หนึ่ง berasa: รู้สึก lapar: หิว nampak: เห็น sebatang: ต้นหนึ่ง seberang: อีกฝั่งของแม่น้ำ sungai: แม่น้ำ ingin: ต้องการ tetapi: แต่ tidak: ไม่ tahu: รู้ berenang: ว่ายน้ำ mendapat: ได้ satu akal: ความคิดหนึ่ง memanggil: เรียก semua: ทั้งหมด buaya: จระเข้ menyuruh: สั่งใช้ beratur: เข้าแถว melompat: กระโดด atas: บน kepala: หัว mengira: นับ sesampai: ทันทีที่ถึง ketawa: หัวเราะ berjaya: ประสบความสำเร็จ menipu: หลอก dapat: สามารถ/ได้ buah: ผล marah: โกรธ หลักภาษา ในบทเรียนที่ผ่านมา เราได้พูดถึงคำอุปสรรคจำนวนหนึ่งไปแล้ว และในบทเรียนต่อไปนี้ เราจะพูดถึงคำอุปสรรคอีกตัวหนึ่งก็คือ se คำอุปสรรค se นี้สามารถปรากฏคู่ทั้งกับคำนาม คำกริยา และคำคุณศัพท์ โดยจะสื่อความหมายต่างกันดังนี้ 1. สื่อความหมายว่า หนึ่ง อาทิ seorang คนหนึ่ง 2. สื่อความหมายว่า ร่วม อาทิ sebilik ร่วมห้อง 3. สื่อความหมายว่า พอๆกับ อาทิ secepat kuda เร็วพอๆกับม้า 4. สื่อความหมายว่า ทันทีที่/เท่าที่ อาทิ setiba ทันทีที่ถึง setahu เท่าที่รู้ 5. สื่อความหมายตามพจนานุกรม อนึ่งการเติมคำอุปสรรค se ในบางกรณีไม่สามารถกำหนดความหมายได้ตายตัว ในกรณีนี้จึงจำเป็นต้องใช้พจนานุกรมเข้าช่วยเพื่อกำหนดความหมายของมัน แบบฝึกหัด 1. กำหนดความหมายของคำที่เติม se ในประโยคต่อไปนี้ i. Saya ada seorang kawan dari Malaysia. ii. Dia ialah kawan sepejabat saya . iii. Dia mempunyai kereta yang laju secepat kura-kura. Iv.Setiba(nya) Apirat di pejabat, pengurus pun memanggilnya pergi berjumpa. 2. ตอบคำถามต่อไปนี้ · Sang Kancil hendak makan apa? · Adakah Sang Kancil pandai berenang? · Sang Kancil suruh buaya buat apa? · Mengapakah buaya marah kepada Sang Kancil? 3. จงแต่งประโยคด้วยกับคำศัพท์ต่อไปนี้ i.sungai :…………………………………………………. ii. lapar :…………………………………………………. iii. buaya :……………………………………………….. iv. marah : ………………………………………………. v. menipu :……………………………………………….. vi. tahu :…………………………………………………. vii. berenang :…………………………………………… 5. จงหารากคำของคำศัพท์ต่อไปนี้ berasa , mendapat , memanggil , menyuruh , melompat , mengira , menipu , sebatang, 6. จงจับคู่คำตรงกันข้ามของคำศัพท์ต่อไปนี้ lapar gagal makan kenyang tahu minum berjaya jahil 7. จงเติมที่ว่างด้วยกับคำศัพท์ที่เหมาะสม · Kucing itu ..…… kerana ia tidak makan apa-apa sejak dua hari. · Ibu……… anak-anaknya pergi tidur. · Suni hendak membeli baju baru………dia tidak mempunyai wang. · Adun selalu pergi…..di sungai Pattani dengan kawan-kawannya pada waktu petang. · Budak-budak perempuan suka bermain….. บทที่สี่ เรื่อง การทำความดี Pada suatu hari,Shamsuddin dan Shamsuddin bersiar – siar sambil menunggang basikal. Tiba–tiba, mereka ternampak seorang lelaki tua terjatuh dari basikalnya. Shamsuddin dan Sharman segera menuju ke arah orang tua itu . Shamsuddin mengangkat orang tua itu dan Sharman menolong mengangkat basikalnya. Kaki dan tangan orang tua telah luka. Mereka membawanya pulang ke rumah mereka. Setibanya di rumah Shamsuddin segera mengambil peti pertolongan cemas. Shamsuddin membersihkan luka di kaki dan tangan orang tua itu dengan air suam .Kemudian, Sharman menyapu ubat dengan kapas. Selepas itu Shamsuddin membalut luka orang tua itu dengan kain pembalut. Orang tua itu mengucapkan terima kasih kepada Shamsuddin dan Sharman. คำศัพท์ในบทเรียน dalam : ใน (สถานที่) kemalangan : อุบัติเหตุ pada : ใน (เวลา) suatu : หนึ่ง hari : วัน bersiar- siar : เดินเล่น sambil : พร้อมกับ menunggang : ขี่ปั่น basikal : จักรยาน tiba – tiba : ทันทีทันใด, จู่ๆ mereka : พวกเขา nampak : พบเห็น seorang : คนหนึ่ง lelaki : ผู้ชาย tua : แก่ (ชรา) terjatuh : ตก dari : จาก dengan : โดย,ด้วยกับ peti : กล่อง rumah : บ้าน pulang : กลับ pertolongan : การช่วยเหลือ, cemas : เป็นห่วง/วิตก pertolongan cemas: ปฐมพยาบาล ubat : ยา air : น้ำ suam : อุ่น selepas : หลังจาก membalut : ห่อหุ้ม arah : ทิศทาง tangan : แขน luka : บาดแผล/ถลอก telah : แล้ว kepada : แก่ mengucap : กล่าว mengambil : นำ/พา หลักภาษา คำอุปสรรคอีกรูปหนึ่งซึ่งสามารถใส่เข้ากับคำกริยาคือ คำว่า ter คำอุปสรรคนี้สามารถใส่เข้ากับคำกริยาทุกคำโดยไม่ทำให้เกิดมีการเปลี่ยนแปลงใดๆที่ตัวคำ แต่อย่างไรก็ตามในส่วนของความหมายแล้วคำอุปสรรคนี้ เมื่อปรากฏกับคำกริยาๆหนึ่งแล้วจะสื่อความหมายว่าการกระทำหนึ่งๆนั้นเกิดขึ้นโดยบังเอิญหรือโดยทันทีทันใดหรือโดยไม่ตั้งใจ อาทิ jatuh เป็น terjatuh ( ตก/ล้มลงโดยไม่ตั้งใจ) sepak เป็น tersepak (เตะโดยบังเอิญ) แบบฝึกหัด 1.แต่งประโยคด้วยกับคำต่อไปนี้พร้อมกับแปล i. ternampak:………………………………………………. ii. terjumpa:……………………………………………….. iii. terdengar:……………………………………………… iv. terambil:……………………………………………….. v. tertidur:…………………………………………………. 2.สร้างประโยคคำถามบนพื้นฐานของคำตอบที่ให้ไว้ 1. Apakah…………………………………………………? -Shamsuddin dan Shaman nampak seorang lelaki tua terjatuh dari basikalnya. 2.Apakah…………………………………………………? -Mereka memberi pertolongan kepada orang tua itu. 3. Ke manakah………………………………………? -Mereka membawa orang tua itu pulang ke rumah mereka. 4. Siapakah………………………………….……………? -Shamsuddin yang membersihkan luka orang tua itu. 5. Siapakah……………………………………? -Sharman menyapu ubat pada luka orang tua itu. 6. Apakah…………………………………………………? -Shamsuddin menggunakan kain pembalut untuk membalut luka itu. 3. หารากคำของคำต่อไปนี้ 1. bersiar : ………………….2. ternampak : 3. terjatuh : …………………4. mengangkat : ……… 5. pertolongan : …………… 6. mengambil : ……… 7. membalut : ……………… 8. mengucap:………… 4. เรียงประโยคต่อไปนี้ตามลำดับ ………1. Mereka membawa orang tua itu pulang ke rumah. ………2. Orang tua itu mengucapkan terima kasih kepada Shamsuddin dan Sharman. ………3. Shaman menyapu ubat pada luka orang tua itu. ………4. Shamsuddin membersihkan luka orang tua itu. ………5. Shamsuddin dan Sharman menunggang basikal. ………6. Seorang lelaki tua terjatuh daripada basikal. ………7. Shamsuddin dan Sharman memberi pertolongan kepada orang tua itu. 5. แต่งประโยคด้วยคำศัพท์ต่อไปนี้ i. bersiar-siar:………………………………………….. ii. terjatuh:…………………………………………….. iii. menunggang:……………………………………… iv. mengucapkan:……………………………………… v. membawa:…………………………………………. 6. เติมที่วางด้วยกับคำที่เหมาะสมจากบทเรียน i. Di sini ada jual ……..sakit kepala kah? ii. Lelaki……..itu ialah datuk saya. iii. Adik suka………..basikal di dalam padang itu. iv. Hari ini saya akan ………..ke rumah dengan taxi. vi. …………budak itu luka kerana dia terjatuh daripada basikalnya. บทที่ห้า เรื่องประโยชน์ของสัตว์ Haiwan amat berguna kepada manusia. Haiwan ialah sumber makanan yang penting kepada manusia. Haiwan juga dijadikan pengangkutan dan dapat membantu manusia dalam pekerjaan. Manusia juga boleh mendapatkan pakaian daripada haiwan. Manusia boleh mendapat daging daripada lembu, itik, ayam, kerbau dan kambing. Lembu dan kambing boleh membekalkan susu. Ayam dan itik boleh membekalkan telur. Daging haiwan mengandungi protein yang membekalkan tenaga kepada manusia. Ada haiwan yang boleh digunakan sebagai pengangkutan seperti kuda dan gajah. Kereta lembu dan Kereta kuda digunakan untuk mengangkut barang-barang. Haiwan juga boleh membantu manusia melakukan sesuatu pekerjaan. Kerbau digunakan untuk membajak sawah atau tanah. Manusia menggunakan gajah untuk mengangkut kayu balak. Beruk pula digunakan untuk memetik buah kelapa. Kulit dan bulu haiwan boleh dibuat pakaian terutama bagi orang-orang yang tinggal di negara beriklim sejuk. Kulit buaya boleh dibuat beg dan kasut. คำศัพท์ในบทเรียน Haiwan: สัตว์ ialah: คือ amat: ยิ่ง, เหลือเกิน, มาก kepada: (ให้ ) แก่ sumber: แหล่ง penting: สำคัญ juga: ด้วย boleh: สามารถ,กระทำได้ mendapatkan: ได้รับ pakaian: เครื่องแต่งกาย, เสื้อผ้า daripada: จาก daging: เนื้อ kerbau: ควาย membekalkan: ให้เสบียง telur: ไข่ mengandungi: ประกอบด้วย, บรรจุด้วย tenaga: แรง, พลัง digunakan:(ถูก)ใช้ sebagai: เหมือน, ในฐานะที่เป็น pengangkutan: ขนส่ง seperti:เช่น kuda: ม้า gajah: ช้าง kereta:รถ untuk:เพื่อ, สำหรับ mengangkut: ขนส่ง เคลื่อนย้าย barang-barang: สิ่งของ membantu: ช่วยเหลือ melakukan:กระทำ sesuatu: สิ่งใดสิ่งหนึ่ง pekerjaan:งาน, อาชีพ membajak:ไถ(นา) sawah:นา atau: หรือ tanah: ดิน kayu balak: ไม้ซุง beruk: ลิง pula: ด้วย, อีกด้วย, เหมือนกัน, ส่วน memetik: เก็บ,เด็ด kepala:มะพร้าว kulit: (ผิว)หนัง bulu: (เส้น)ขน dibuat: (ถูก)ทำ ada: มี terutama: โดยเฉพาะอย่างยิ่ง bagi: สำหรับ tinggal: อาศัย Negara: ประเทศ beriklim: มีภูมิอากาศ buaya: จระเข้ dijadikan: ถูกทำให้เป็น sejuk: หนาว, เย็น หลักภาษา คำเชื่อม คือ คำที่ทำหน้าที่เชื่อมประโยคกับประโยคหรือคำกับคำให้มีใจความหรือเป็นประโยคเดียวกัน คำเชื่อมที่สำคัญในภาษามาเลเซียได้แก่ pula (ส่วน), walau bagaimanapun (แต่อย่างไรก็ตาม), walaupun, sungguhpun (ถึงแม้ว่า) , manakala (ขณะที่), kecuali (ยกเว้น) kerana (เพราะว่า), dan (และ), tetapi (แต่) untuk (เพื่อ)และอื่นๆ ตัวอย่างประโยค Lembu dan kambing pula boleh membekalkan susu. (ส่วนวัวและแพะสามารถให้นมเป็นเสบียง) Walaupun Surasak masih tidak sihat, dia tetap datang bekerja di pejabat. (ถึงแม้ว่าสุรศักดิ์ยังจะไม่แข็งแรง เขาก็ยังคงมาทำงานที่อ๊อฟฟิส) Semua orang datang ke mesyuarat pada hari ini kecuali Suda. (ทุกคนมาประชุมในวันนี้ยกเว้นสุดา) แบบฝึกหัด 1. จงเติมคำเชื่อมที่เหมาะสมลงในช่องว่าง 1. Saya……….adik suka makan ayam. 2. Ada haiwan yang boleh digunakan sebagai pengangkutan seperti gajah…………kuda. 3. Saya suka makan rambutan………rasanya sungguh lazat . 4. Saya suka belajar bahasa Malaysia …………adik saya suka belajar bahasa Cina. 5. Pada minggu yang lalu, saya pulang ke rumah ………… menziarahi ibu bapa. 6. ………… saya bukan orang kaya, saya tidak pernah mencuri barang orang lain. 7. Abang suka bermain sukan. Saya……..suka membaca buku. 2. จงตอบคำถามดังต่อไปนี้ i. Apakah kegunaan haiwan kepada manusia ? ……………………………………………………………… ii.Apakah zat makanan yang terdapat dalam daging haiwan? ……………………………………………………………… iii.Apakah kegunaan kuda kepada manusia? ……………………………………………………………… iv. Di negara manakah bulu kambing dan biri-biri digunakan untuk membuat pakaian? ……………………………………………………………… v. Apakah haiwan yang dapat membekalkan daging kepada manusia? ……………………………………………………………… 3. จงอ่านประโยคที่กำหนดให้ดังต่อไปนี้แล้วใส่เครื่องหมายถูก (ü)หน้าประโยคที่คิดว่าถูก และเครื่องหมายผิด(Î)ในหน้าประโยคที่ไม่ถูกต้อง 1..............Ayam dan itik boleh membekalkan telur dan daging. 2. .............Kami mendapat protein daripada daging haiwan. 3. ............. Daging haiwan mengandungi vitamin C. 4. .............Kulit ayam boleh dibuat penyapu. 5. .............Beruk boleh membantu manusia dalam pekerjaan. 4. จับคู่ผลิตภัณฑ์/ผลผลิตที่ได้จากสัตว์ให้ถูกต้อง 1.............ayam A. susu 2. ............buaya B. telur 3. ............kambing C. dompet 4. ............kerbau D. kereta 5. ............kuda E. membajak sawah 5. จงนำคำที่กำหนดให้เติมลงในช่องว่างให้ได้ใจความที่สมบูรณ์ ada yang daripada ialah apakah boleh 1. Apakah haiwan _______ dapat membekalkan telur kepada manusia? 2. Apakah barang- barang yang _______dibuat daripada kulit haiwan? 3. _______haiwan yang dapat membantu manusia dalam pekerjaan? 4. Di rumah saya _______ tiga ekor ayam. 5. Beg dan kasut dibuat _______ kulit buaya . 6. แต่งประโยคด้วยคำต่อไปนี้ 1. sumber:…………………………………………………… 2. pakaian:…………………………………………………… 3. membekalkan: ……………………………………….…… 4. kepada: …………………………………………………… 5. memetik:…………………………………………………… บทที่หก เรื่อง อุปนิสัยที่ดี Pada suatu petang, Fariha membaca buku di bilik bacaan. Tiba-tiba, dia terdengar orang memberi salam. “Assalamualaikum! ” Pak Cik Budin memberi salam. “ Waalaikumussalam” jawab Fariha. “Ayah kamu ada di rumah ?” tanya Pak Cik Budin. “Pak Cik nak berjumpa dengan ayah kamu” Fariha memberitahu bahawa ayahnya sedang menanam sayur- sayuran di belakang rumah. Dia menjemput Pak Cik Budin masuk . Kemudian, Fariha pun memanggil ayahnya. Selepas itu Fariha pergi ke dapur untuk menyediakan minuman. Kemudian dia menghidangkan minuman itu kepada Pak Cik Budin. Fariha membawa minuman itu dengan berhati-hati supaya tidak tumpah. Setelah itu dia menjemput Pak Cik Budin dan ayahnya minum. Fariha tidak mengganggu perbualan ayahnya dan Pak Cik Budin. Dia meninggalkan ruang tamu itu dengan sopan. คำศัพท์ในบทเรียน membaca : อ่าน ayah:พ่อ buku: หนังสือ kamu:เธอ/ท่าน bilik: ห้อง rumah: บ้าน tiba-tiba:ทันทีทันใด /จู่ๆ tanya:ถาม dia:เขา/หล่อน nak:ต้องการ terdengar:ได้ยิน jumpa:พบ/เจอ orang:คน dengan:ด้วย/กับ beri:ให้ memberitahu:แจ้ง/บอกให้ทราบ salam: คำทักทาย yang: ที่,ซึ่ง pak cik: ลุงsedang: กำลัง jawab: ตอบ tanam:ปลูก sayur-sayuran:พืชผัก menyediakan:เตรียม belakang:หลัง/ข้างหลัง minuman:เครื่องดื่ม menjemput:เชื้อเชิญ menghidangkan:เสริฟ masuk: เข้า kepada: (ให้) แก่ kemudian: ต่อจากนั้น membawa: นำ/พา memanggil:เรียก berhati-hati ระมัดระวัง selepas: หลังจาก tidak: ไม่ pergi:ไป tumpah : (ของ) หก,หล่น dapur: ครัว mengganggu: รบกวน perbualan: สนทนา,พูดคุย meninggalkan: จากไป ruang tamu: ห้องรับแขก sopan : สุภาพ หลักภาษา คำบ่งบอกตำแหน่งทิศหมายถึงคำที่แสดง สถานที่, ทิศ หรือ ตำแหน่งที่ตั้งของๆสิ่งหนึ่ง คำเหล่านี้ได้แก่ di ที่ atas บน bawah ล่าง luar นอก dalam ใน depan หน้า belakang หลัง sebelah ด้าน/ซีก kanan ขวา kiri ซ้าย tepi ริม,ข้างๆ sekeliling รอบๆ ตัวอย่างประโยค · Ada kereta di depan rumah saya. (มีรถที่หน้าบ้านของฉัน) · Ayah tanam pokok bunga di sekeliling pagar. (พ่อปลูกต้นดอกไม้รอบๆรั้ว) · Ayam sedang cari makan di bawah rumah. (ไก่กำลังหาอาหารกินใต้บ้าน) · Suda duduk di belakang Supaporn. (สุดานั่งข้างหลังสุภาพร) แบบฝึกหัด 1. เติมที่ว่างด้วยกับคำบ่งบอกตำแหน่งที่เหมาะสม i. Ikan hidup di……….air. ii. Monyet suka melompat-lompat di……….pokok kelapa. iii. Ada bendera di…………sekolah. iv. Ibu sedang membasuh pakaian di …………rumah. v. Pelajar-pelajar sedang bermain di……….bilik belajar. 2. จงตอบคำถามจากคำถามข้างล่างนี้ 1.Ke manakah Pak Cik Budin pergi ? ……………………………………………………………… 2.Mengikut cerita ini, Fariha sedang buat apa di bilik bacaan? ……………………………………………………………… 3.Fariha memberitahu kepada Pak cik Budin bahawa ayahnya sedang buat apa ? ……………………………………………………………… 4.Pada ketika itu ayah fariha berada di mana? ……………………………………………………………… 5.Adakah sikap Fariha patut dicontohi? ……………………………………………………………… 3.กากบาทเครื่องหมายถูก(ü)หน้าข้อความที่ถูกและกากบาทเครื่องหมายผิด(Î)หน้าข้อความที่ผิด ……..1. Pak cik Budin mahu berjumpa dengan ayah Fariha. ……..2. Fariha membaca buku di belakang rumah. ……..3. Fariha meninggalkan ruang tamu kerana dia tidak mahu mengganggu perbualan ayahnya. ……..4. Ayah Fariha menjemput Pak cik Budin masuk ke rumah. ……..5. Fariha menjemput Pak cik Budin dan ayahnya minum minuman. 4.จงเติมคำบุพบทที่เหมาะสมลงในประโยคข้างล่างนี้ 1.Rumah saya berada ………..Wilayah Pattani. 2.Saya pergi ………….rumah Sumet 3.Dia beli buku ……….. abangnya. 4.Saya keluar dari Sukhothai………… waktu pagi. 5.Saya belajar………… Bahasa Jawi. 5.จงแต่งประโยคด้วยกับคำต่อไปนี้ 1. dalam:……………………………………………….. 2. pergi:………………………………………………… 3. untuk:………………………………………………... 4. minum:………………………………………………. 5. menjemput:………………………………………….. 6. จงหารากศัพท์ของคำต่อไปนี้ 1. terdengar ……………………. 2. menanam ……………………. 3. menyediakan ……………………. 4. menjemput ……………………. 5. menghidangkan ……………………. บทที่เจ็ด เรื่อง วันแห่งชาติ Hari ini ialah Hari Kebangsaan Negara Malaysia. Perayaan ini disambut pada 31 Ogos setiap tahun. Hari kebangsaan dirayakan oleh semua lapisan masyarakat dengan meriahnya. Seluruh rakyat akan bersukaria. Berbagai-bagai acara diadakan. Kanak-kanak sekolah mengambil bahagian dalam perayaan Hari Kebangsaan. Di tempat tinggal saya juga diadakan sambutan Hari Kebangsaan. Salah satu upacaranya ialah perbarisan raksasa. Perbarisan itu diadakan di sebuah padang awam. Menteri Besar telah menyampaikan ucapan. Di samping itu diadakan juga pertunjukan pancaragam antara sekolah- sekolah. Pada sebelah malam diadakan pertunjukan kebudayaan. Pertunjukan itu diadakan di sebuah dewan. คำศัพท์ในบทเรียน masyarakat: สังคม perayaan: เทศกาล, การเฉลิมฉลอง disambut: ถูกต้อนรับ dirayakan: จัดงานเฉลิมฉลอง lapisan: ชนชั้น meriahnya: รื่นเริง seluruh: ทั่วทั้งหมด rakyat: ประชาชน bersukarai: สนุกสนาน รื่นเริง berbagai-bagai: หลากหลาย acara: พิธี, รายการ mengambil: เอา bahagian: ส่วน,ภาค sambutan: การต้อนรับ salah satu: หนึ่งจาก upacaranya: พิธีการ raksasa: ใหญ่โต perbarisan: เข้าแถว awam: ทั่วไป,สาธารณะ menyampaikan: กล่าว,ทำให้ถึง ucapan: คำพูด,สุนทรพจน์ samping: ข้างๆ ,ด้านข้าง pertunjukan : นิทรรศการ,การแสดง pancaragam: วงโยธะวาทิต,ดุริยางค์ antara: ระหว่าง kebudayaan: วัฒนธรรม dewan : หอประชุม tempat: สถานที่ tinggal: อยู่อาศัย หลักภาษา คำว่า คือ/เป็น ในภาษามลายูสามารถละออกได้ โดยการที่เรานำเอาภาคประธานที่เป็นนามมาผสมกับภาคแสดงที่เป็นนามเช่นกันจะทำเกิดความหมายของคำว่า คือ/เป็น ขึ้นมาในตัวของมันเอง อาทิ Budak itu (เด็กคนนั้น) + adik saya (น้องของฉัน) Budak itu adik saya (เด็กคนนั้นคือน้องของฉัน) แต่อย่างไรก็ตามในภาษามลายูก็คงมีคำที่มีความหมายว่า คือ/เป็น ที่สำคัญ 2 คำคือ ialah และ adalah คำทั้งสองคำนี้จะมีความหมายเหมือนกันแต่มีหลักในการใช้ที่แตกต่างกัน คำว่า ialah จะใช้เชื่อมภาคประธานที่เป็นนามเข้ากับภาคแสดงที่เป็นนามเช่นกัน อาทิ Budak itu ialah adik saya. (เด็กคนนั้นคือน้องของฉัน) Hari ini ialah hari jadi saya. (วันนี้คือวันเกิดของฉัน) ส่วนคำว่า adalah จะใช้เชื่อมภาคประธานที่เป็นนามเข้ากับภาคแสดงที่เป็นคำคุณศัพท์หรือบุพบทวลี อาทิ Berita itu adalah benar. (ข่าวนั้นเป็นจริง) Hadiah itu adalah untuk anda. (ของขวัญนั้นคือสำหรับคุณ) นอกเหนือจากคำว่า ialah และ adalah แล้วในภาษามลายูยังมีคำอื่นที่มีความหมายว่า คือ/ เป็น อีก 2 คำ คือ menjadi และ merupakan คำว่า merupakan มีกฎในการใช้เหมือนกับคำว่า ialah กล่าวคือต้องใช้เชื่อมภาคประธานที่เป็นนามกับภาคแสดงที่เป็นนาม อาทิ Pemuda itu merupakan pemuda yang sangat tabah. (เด็กหนุ่มคนนั้นเป็นเด็กหนุ่มที่อดทนมาก) ส่วนคำว่า menjadi (เป็น/กลายเป็น)สามารถใช้เชื่อมภาคประธานที่เป็นนามกับภาคแสดงที่เป็นนามหรือคุณศัพท์ อาทิ Banazir menjadi Perdana Menteri Wanita pertama di Pakistan. (นางบานาซีรเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของปากีสถาน) Cita-cita itu akan menjadi benar jika kita berusaha dengan bersungguh-sungguh. (ความใฝ่ฝันนั้นจะเป็นจริงหากเราเพียรพยายามอย่างจริงจัง) แบบฝึกหัด 1. เติมที่ว่างด้วยกับคำว่า ialah /adalah/ menjadi /merupakan ที่เหมาะสม · Wanita itu……….pegawai kerajaan. · Bunga ini………..untuk ibu. · Dia ………..orang yang dapat tempat pertama dalam peperiksaan. · Surayut Chulanon………Perdana Menteri Thai yang ke-24. · Tuduhan itu………tidak benar sama sekali. 2. แต่งประโยคเปรียบเทียบโดยใช้คำคุณศัพท์ที่ให้ไว้ข้างล่าง 1. baik (ดี) 2. cantik (สวย) 3. mahal (แพง) 4. cerdik (ฉลาด) 5. mudah (ง่าย) 3. จงเรียงลำดับเหตุการณ์ให้ถูกต้อง …….1. Perbarisan raksasa diadakan di sebuah padang awam …….2. Perayaan Hari Kebangsaan disambut pada 31 Ogos setiap tahun. …….3. Pertunjukan kebudayaan diadakan di sebuah dewan. …….4. Pada sebelah malam diadakan pertunjukan kebudayaan. …….5. Menteri Besar telah menyampaikan ucapan Hari Kebangsaan. …….6. Seluruh rakyat merayakan Hari Kebangsaan. 4. จงเติมคำลงในช่องว่างให้ได้ประโยคที่สมบูรณ์ acara pertunjukan di manakah merayakan menyampaikan perayaan 1. Bilakah………. hari Kebangsaan disambut? 2. Siapakah yang ………… hari Kebangsaan? 3. ……………perbarisan raksasa diadakan? 4. Siapakah yang ………….ucapan? 5. Apakah ………… yang diadakan pada sebelah malam? 6. Di manakah ………….kebudayaan diadakan? 5. จงอ่านประโยคที่กำหนดให้ดังต่อไปนี้แล้วใส่เครื่องหมายถูก (ü)หน้าประโยคที่คิดว่าถูกและเครื่องหมายผิด(Î)ในหน้าประโยคที่ไม่ถูกต้อง 1…….Pada 31 Mei setiap tahun ialah hari Kebangsaan Negara Malaysia. 2……… Pertunjukan kebudayaan itu diadakan di sebuah padang awam. 3……… Seluruh rakyat berasa bersungguh-sungguh gembira. 4………Adakah diadakan pertunjukan pencaragam antara Negara- negara. 5………Menteri Besar telah menyampaikan ucapan. 6. แต่งประโยคด้วยคำต่อไปนี้ 1. Setip tahun 2. kanak-kanak 3. sekolah 4. tinggal 5. bersukaria บทที่แปด เรื่อง ช่วยเหลือเด็กจมน้ำ Pada cuti semester yang lalu, Alif bersama-sama rakan-rakannya pergi berkelah di kawasan air terjun. Semasa sedang bermandi-manda bersama-sama rakan-rakannya tiba-tiba salah seorang budak yang sedang berkelah di situ tergelincir dari dahan pokok. Oh, budak itu terjatuh ke dalam air yang deras mengalir. Budak itu hampir lemas dibawa oleh arus yang deras. Dengan segera Alif pergi menyelamatkan budak itu. Alif berjaya menyelamatkan budak itu. Budak itu tidak sedarkan diri. Dia segera dibawa ke hospital dengan kereta. Orang-orang yang datang berkelah di situ memuji Alif kerana keberaniannya menyelamatkan budak itu daripada mati lemas. Pada keesokan harinya, Alif serta rakan-rakannya pergi ke hospital untuk melawat budak itu. Mereka rasa gembira melihat budak itu sudah sihat semula. Budak itu mengucapkan terima kasih kepada Alif kerana telah menyelamatkannya. Ibu bapa budak itu juga mengucapkan terima kasih kepada Alif. Alif berasa gembira dan bangga kerana telah menyelamatkan seseorang daripada mati lemas. คำศัพท์ในบทเรียน pada: ใน,เมื่อ cuti: ปิด,จบ,หยุด semester: เทอม lalu: ผ่าน bersama-sama: พร้อมกัน rakan: เพื่อน berkelah: พักผ่อน,ปิกนิก kawasan: เขต,พื้นที่,บริเวณ air terjun: น้ำตก semasa: ขณะที่,เวลาที่,ตอนที่ bermandi-manda: เล่นน้ำ salah: ผิด,บกพร่อง, หนึ่งจาก di situ: ที่นั้น tergelincir: ลื่น dahan: กิ่ง deras: เร็ว,เชี่ยว mengalir: ไหล hampir: เกือบ,ใกล้ lemas: จม arus: กระแส segara: รีบ,รวดเร็ว menyelamatkan: ช่วยเหลือให้ปลอดภัย sedarkan diri: รู้สึกตัว memuji: สรรเสริญ keberanian: ความกล้าหาญ keesokan harinya: ของวันรุ่งขึ้น serta:รวมทั้ง,ตลอดทั้ง melawat: เยี่ยม rasa: รู้สึก,รส gembira: ดีใจ sihat: แข็งแรง mati: ตาย semula: ดั่งเดิม,อีกครั้ง juga: ด้วย,เช่นกัน bangga: ภูมิใจ seseorang: คนคนหนึ่ง หลักภาษา คำอุทาน คือ คำหรือวลี ที่แสดงถึงอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้นเช่น ดีใจ เศร้าใจ และเสียใจ และอื่นๆ เช่น Aduh ( โอ้ย ) ใช้แสดงความรู้สึก “เจ็บ”เป็นคำอุทานในขณะที่ ถูกกระทำให้เจ็บ หรือได้รับบาดเจ็บ Aduhai ( เฮ้อ ) ใช้แสดงความรู้สึก “ท้อแท้” “สิ้นหวัง”เป็นคำอุทานที่แสดงถึง ความยากสำบากในการประกอบกิจกรรมหรือความรู้สึกใดๆ Amboi,Wah (โอ้โห,ว้าว) ใช้แสดงความรู้สึก “ทึ่ง”ในสิ่งที่เห็นหรือแสดงความแปลกใจ Bedebah,Binasalah(ฉิบหาย) ใช้แสดงความรู้สึกโกรธ,ไม่พอใจ เป็นคำพูดที่ หยาบ Wahai (เจ้าขา) ใช้แสดงความคร่ำครวญหรือเรียกร้อง Oh! , Eh! (เอ๊ะ) ใช้แสดงความรู้สึกตกใจ แปลกใจ,หรือต้องการ เรียกร้องความสนใจ Itulah (นั้นเเหละ) ใช้แสดงให้เห็นว่าขุ่นเคืองใจหรือสะใจ Nah (อะฮ์-น่ะฮ์) ใช้แสดงการให้แบบไม่เต็มใจ หรือถูกบังคับ Tahniah,Syabas (ยินดีด้วย) ใช้แสดงอาการยินดี ,ดีใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้นหรือสิ่งที่ ผู้อื่นได้รับ Kasihan (น่าสงสาร) ใช้แสดงถึงความรู้สึกสงสาร หรือเห็นใจ Padan muka (สมน้ำน่า) ใช้แสดงความรู้สึก สะใจ หรือ อคติ เมื่อได้เห็นผู้อื่นได้รับความทุกข์ หรือประสบสิ่งที่เลวร้าย คำอุทานที่เป็นประโยค คำอุทานบางคำก็มาเป็นรูปประโยคสั้น ๆ ที่มีทั้งการแสดงถึงความดีใจ ตกใจ และความเสียใจ เช่น Alhamdulillah (al-ham-du-lil-lah) ใช้ในตอนที่ได้รับในสิ่งที่ดีๆ หรือเป็นที่พอใจ Masyaallah (ma-sya-al-lah) ใช้ในตอนที่ได้ยิน หรือได้รับในสิ่งที่ ไม่ดี หรือเป็นข่าวร้าย Innalillah wa inna ilaihiraji un (inna-lil-lah-wa-in-na-ilaihi-raji-un) ใช้ในตอนที่ได้ยิน หรือได้รับทราบข่าวร้ายจากการเสียชีวิต (พวกเราทั้งหมดเป็นกรรมสิทธิ์ของพระเจ้า แล้วเราจะไปหาพระองค์ ) แบบฝึกหัด 1. เติมที่ว่างด้วยกับคำอุทานที่เหมาะสม · ....................., engkau yang berani ambil buku saya! · ……………., saya tertinggal dompet di dalam bilik darjah! · ……………., anda telah mendapat anak lelaki! · ……………., sudah dua hari yang saya tidak dapat makan apa-apa lagi! · …………….., datuk budak itu telah pun meninggal dunia! 2. จงตอบคำถามต่อไปนี้ 1. Alif bersama-sama rakan pergi berkelah di mana ? ……………………………………………………………..… 2. Alif pergi ke kawasan air terjun untuk apa ? ……………………………………………………………… 3. Siapakah yang terjatuh ke dalam air yang deras mengalir ? ……………………………………………………………… 4.Siapakah yang bawa budak itu pergi ke hospital ? …………………………………………………………..…… 5.Siapakah yang mengucapkan terima kasih kepada Alif. ? ……………………………………………………………… 3. จงใส่เครื่องหมายถูก , ผิด ประโยคต่อไปนี้ ……..1. Alif bersama-sama rakan-rakannya pergi berkelah di sekolah. ……..2. Budak itu terjatuh ke dalam air yang deras mengalir. ……..3. Alif itu hampir lemas dibawa oleh arus yang deras. ……..4. Alif pergi ke hospital untuk berkelah di situ. ……..5. Alif telah menyelamatkan budak itu daripada mati lemas. 4. จงแต่งประโยคจากคำต่อไปนี้ 1. Rakan-rakan: 2.Melawat 3. Kerana 4. Kasih: 5. Daripada:_ 5. จงเติมคำในช่องว่างให้ถูกต้องและเหมาสม. 1. Pada cuti semester, Alif suka………………di air terjun. 2. ……………budak itu terjatuh ke dalam air yang deras mengalir. 3. Alif segera……………budak itu ke hospital dengan kereta. 4. …………berasa gembira dan bangga? 5. ………… hari Ahad saya selalu berjalan-jalan di kawasan pasaraya PanTip. บทที่เก้า เรื่อง ขยันและอุตสาหะคือบันไดแห่งความสำเร็จ Jamil tinggal di Kampung Dulang. Dia belajar di Sekolah Kebangsaan Dulang. Jamil sangat malas dan nakal. Dia tidak pernah mendengar nasihat ibu bapanya. Dia selalu menghabiskan masanya dengan bermain-main dan melastik burung pada waktu petang. Jamil sangat malas belajar. Dia selalu ponteng dari sekolah. Oleh sebab itu dia selalu gagal dalam peperiksaannya. Ibu bapa dan guru-gurunya selalu menasihatkan dia supaya belajar dengan rajin. Pada suatu pagi, Jamil pergi merayau-rayau ke dalam hutan. Dia hendak melastik burung. Setelah penat melastik burung, dia duduk berehat di bawah sebatang pokok. Sewaktu sedang bersandar di pangkal pokok itu, Jamil lihat satu kumpulan semut sedang membawa makanan balik ke sarang. Semut-semut itu juga saling menolong antara satu sama lain. Jamil leka memerhatikan semut-semut yang rajin itu hingga ke tengah hari. Kemudian, dia teringat kepada dirinya sendiri. Dia tidak pernah belajar dengan tekun. Dia berasa insaf dengan perbuatannya itu. Dia mahu menjadi rajin seperti semut-semut itu. Dari hari itu, Jamil pun mula rajin pergi ke sekolah. Dia belajar dengan bersungguh-sungguh. Akhirnya, dia berjaya dalam pelajarannya. Ibu bapa Jamil berasa sungguh gembira. คำศัพท์ในบทเรียน tinggal:อาศัย belajar:เรียน sangat : มาก malas : ขี้เกียจ nakal : เกเร/ดื้อ pernah : เคย mendengar : ฟัง nasihat : คำตักเตือน selalu : มักจะ menghabiskan masa : ใช้เวลา melastik : ยิงด้วยหนังสติ๊ก waktu petang :ช่วงบ่าย/ตอนบ่าย ponteng : โดดเรียน gagal : ตก/ล้มเหลว peperiksaan : การสอบ supaya : ให้ rajin : ขยัน merayau-rayau : เตร็ดเตร่ hutan : ป่า hendak : ต้องการ penat : เหนื่อยล้า duduk : นั่ง berehat : พักผ่อน sebab : สาเหตุ/เพราะ bawah : ล่าง/ใต้ sebatang : ต้นหนึ่ง sewaktu : ขณะที่/ตอนที่/ช่วงที่ bersandar : พิง lihat : เห็น/ดู kumpulan : กลุ่ม membawa : พา makanan :อาหาร balik : กลับ sarang : รัง saling: ต่าง antara: ระหว่าง satu sama lain : ต่าง.....ซึ่งกันและกัน leka : เพลิน memerhatikan : เฝ้ามอง hingga ke : จนกระทั่ง sendiri : ตัวเอง/ตนเอง dengan tekun : อย่างจริงจัง berasa : รู้สึก insaf : สำนึก perbuatan : การกระทำ mahu : ต้องการ menjadi : เป็น seperti : เช่น/อาทิ/เฉกเช่น pun : ก็ mula : เริ่ม bersungguh-sungguh : ตั้งใจ/เอาจริงเอาจัง akhirnya : ท้ายที่สุด berjaya: ประสบความสำเร็จ pelajaran: บทเรียน/การศึกษาเล่าเรียน หลักภาษา คำกริยาซ้ำคือ คำกริยาที่ถูกสร้างขึ้นด้วยการซ้ำคำหรือโดยผ่านกระบวนการซ้ำคำ ซึ่งกระบวนการซ้ำ อาจมีลักษณะดังนี้ (1) การซ้ำคำแบบเต็มรูปคำ : กระบวนการซ้ำรากคำในทุกส่วนของคำ เช่น gelak เป็น gelak – gelak ( หัวเราะ – หัวเราะ ) pusing เป็น pusing – pusing ( หมุน – หมุน ) (2) การซ้ำคำแบบบางส่วน : กระบวนการซ้ำบางส่วนของคำ ซึ่งมี 2 รูป ดังนี้ 1. ซ้ำบางส่วนในพยางค์หลักที่ไม่ใช่คำอุปสรรค เช่น berlari berlari – lari ( วิ่ง – วิ่ง ) mencari mencari – cari ( หา –หา ) tertanya tertanya – Tanya ( ถาม – ถาม ) 2. ซ้ำบางส่วนโดยเติมคำอุปสรรคในคำซ้ำ เช่น tolong tolong – menolong ( ช่วย – ช่วย) pukul pukul – memukul ( ตี - ตี ) tari tari – menarik ( เต้นรำ – เต้นรำ ) (3) การย้ำคำแบบตามช่วงทำนอง : กระบวนการย้ำคำตามทำนองเสียงเฉพาะในรากคำ เช่น mandi mandi – manda ( อาบน้ำ – อาบท่า ) huyung huyung – hayang (โซซัด - โซเซ ) duduk duduk - dadak ( นั่งลง - นั่งลง ) cerai cerai – berai ( กระจัด - กระจาย ) gotong gotong – royong ( ร่วมมือกัน ) ulang ulang – alik ( กลับไป - กลับมา ) ความหมายของคำกริยาซ้ำ ความหมายของคำกริยาซ้ำ คำกริยาซ้ำจะมีความหมายเฉพาะดังนี้ (1) บ่งบอกถึงการกระทำที่เกิดขึ้นซ้ำไปซ้ำมา เช่น tersenyum – senyum ( ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ) melambai – lambai ( โบกไม้ - โบกมือ ) (2) บ่งบอกถึงการกระทำที่เกิดขึ้นเป็นระยะเวลายาวนาน เช่น berangan – angan ( เพ้อฝัน ) tergila – gila ( คลั่งไคล้ ) (3) บ่งบอกถึงการกระทำที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง เช่น bercerai – berai ( ระเนระนาด ) bertungkus – lumus (ทำงานตัวเป็นเกลียว/ขมักเขม่น ) memporak – peranda ( พังพินาศ ) (4) บ่งบอกถึงการกระทำที่มีการโต้ตอบซึ่งกันและกัน เช่น bersalam – salaman (จับมือทักทาย (ให้สลาม) ซึ่งกัน และกัน ) berpeluk – pelukan ( โอบกอดซึ่งกันและกัน ) berkasih – kasihan ( รักกันและกัน ) ตัวอย่าง แบบฝึกหัด 1.. จงแต่งประโยคจากคำต่อไปนี้ Merayau-rayau ……………………………………………………………… Bersungguh-sungguh ……………………………………………………………… Berangan-angan ……………………………………………………………… Bergotong-royong ……………………………………………………………… Mencari-cari ……………………………………………………………… 2. จงตอบคำถามต่อไปนี้ · Di manakah Jamil tinggal? ……………………………………………………………… · Di manakah Jamil belajar? ……………………………………………………………… · Mengapakah Jamil gagal dalam peperiksaan? ……………………………………………………………… · Di manakah Jamil selalu pergi melastik burung? ……………………………………………………………… · Apakah pelajaran yang boleh diambil daripada cerita di atas ini? ……………………………………………………………… 3. ประโยคต่อไปนี้ข้อใดถูก ข้อใดผิด ………… 4.1 Jamil tinggal di Kampung Dulang. ………… 4.2 Jamil suka melastik burung. ………… 4.3 Jamil tidak suka melihat semut-semut yang rajin itu. ………… 4.4 Jamil berpuas hati dengan perbuatan diri sendiri. ………… 4.5 Jamil belajar dengan bersunguh-sungguh 4. คำกริยาซ้ำในบทเรียนนี้มีอะไรบ้างและเป็นการซ้ำกริยาประเภทใด ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… บทที่สิบ เรื่อง เที่ยวพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ Pada suatu hari, sekolah Azmi telah mengadakan satu lawatan Ke Muzium Negara, Kuala Lumpur. Azmi turut serta dalam lawatan itu. Seramai tiga puluh lima orang murid dan dua orang guru menyertai lawatan itu. Mereka bertolak dari sekolah pada pukul 9.00 pagi dengan menaiki sebuah bas. Pada kira-kira pukul 9.45 pagi , mereka tiba di Muzium Negara. Hari itu ialah hari Ahad. Ramai pengunjung lain termasuk pelancong asing datang melawat muzium itu. Semasa di dalam muzium itu, mereka dibawa melihat banyak barang lama seperti keris, pedang, pakaian pahlawan Melayu lama dan lain-lain. Kemudian, mereka melihat haiwan-haiwan yang telah dikeraskan di dalam kotak-kotak kaca. Azmi dan rakan-rakannya dapat melihat burung-burung yang keras di ranting pokok, pelbagai jenis ular, harimau dan haiwan-haiwan yang tidak pernah mereka lihat. Mereka berasa sungguh gembira dan kagum melihat benda-benda itu. Selepas melawat ke seluruh bahagian di dalam muzium itu. Guru mereka membawa mereka melawat ke bahagian luar muzium itu. Setelah itu, guru mereka memberi mereka minuman air kotak. Mereka bertolak pulang pada pukul 1.00 petang. Mereka semua berasa gembira dan berbual-bual di dalam bas semasa dalam perjalanan pulang. คำศัพท์ในบทเรียน mengadakan: จัดให้มี lawatan: การเยี่ยมเยือน muzium:พิพิธภัณฑ์ Negara: ประเทศ turut: ตามไป,ทำตาม turut serta: เข้าร่วม menyertai: เข้าร่วม bertolak: ออกเดินทาง menaiki: ขึ้น kira-kira: ประมาณ,ราวๆ tiba: มาถึง termasuk: รวมถึง Ahad: วันอาทิตย์ seramai: เป็นจำนวน pengunjung: ผู้เยี่ยมเยือน lain: อื่นๆ pelancong: นักท่องเที่ยว asing: ต่างด้าว,ต่างชาติ barang: สิ่งของ,วัตถุ lama: นาน,เก่า keris: กริช pedang: ดาบ pahlawan:นักรบ dikeraskan: (ถูก)ทำให้แข็ง kotak: ตู้เก็บของ,กล่อง kaca: กระจก ranting: กิ่ง pelbagai: หลากหลาย jenis: ชนิด ular: งู harimau: เสือ haiwan: สัตว์ tidak: ไม่ pernah: เคย lihat: เห็น benda: สิ่งของ seluruh: ทั่ว bahagian: ภาค,แผนก,ฝ่าย luar: ข้างนอก minuman: เครื่องดื่ม air kotak: น้ำกล่อง berbual-bual: พูดคุย sungguh: จริงๆ kagum: ทึ่ง perjalanan: การเดินทาง semua: ทั้งหมด semasa: ระหว่างที่/ตอนที่ pulang: กลับ หลักภาษา ในการปฏิเสธวลีๆหนึ่งในภาษามาเลเซีย เราสามารถใช้ คำได้ 2 คำ คือ tidak และ bukan คำว่า tidak หมายความว่า ไม่ ส่วนคำว่า bukan หมายความว่า ไม่ใช่ โดย คำว่า tidak ใช้ในการปฏิเสธ กริยาวลี หรือ คุณศัพท์วลี อาทิ Khaldun tidak datang ke pejabat pada hari ini. (คอลดูนไม่มาที่สำนักงานวันนี้) Petani itu tidak rajin bekerja. (เกษตกรคนนั้นไม่ขยันทำงาน) ในขณะที่คำว่า bukan ใช้สำหรับปฏิเสธ นามวลี อาทิ Pegawai itu bukan orang tempatan di sini. (เจ้าหน้าที่คนนั้นไม่ใช่คนท้องถิ่นที่นี่) แบบฝึกหัด 1. เติมที่ว่างด้วยกับคำปฏิเสทที่เหมาะสมพร้อมกับให้ความหมาย i. Itu ………adik saya. Dia abang saya. ii. Anda……….boleh duduk di sini. Ini kerusi saya. iii. Apirat …………pergi ke sekolah kerena dia demam. iv. Rumah Arun ………..jauh dari pejabat pos. v. Beg di atas meja itu ………begnya. 2. จับคู่คำต่อไปนี้ที่มีความหมายเหมือนกัน 1. lawatan ก. berehat ข. kunjungan ค. menaiki 2. turut ก. ikut ข. juga ค. dengan 3. tiba ก. bertolak ข. sampai ค.berangkat 4. datang ก. pergi ข. balik ค. mari 5. melihat ก. menulis ข. menyuruh ค. menengok 6. gembira ก. sedih ข. seronok ค. ketawa 7. pulang ก. pergi ข. jalan ค. balik 8. berbual-bual ก. bercakap-cakap ข. bermain-main ค. berjalan-jalan 3. เรียงลำดับประโยคที่เกิดขึ้นก่อนหลัง โดยใส่ตัวเลขให้ถูกต้องและเหมาะสม ………. Selepas itu, kami dibawa melawat ke seluruh kilang. Kami melihat pekerja membuat sabun. ………. Kami bertolak pulang ke sekolah pada pukul 12.30 tengah hari. ………. Kami menaiki bas sekolah pada pukul 8.30 pagi untuk pergi ke kilang membuat sabun. ………. Pengurus kilang menyambut kami dengan mesra. Kami berasa sungguh gembira. ………. Pengurus kilang menerangkan kepada kami cara- cara bagaimana sabun dibuat ………. Kami tiba di kilang sabun itu pada pukul 9.15 pagi 4. หารากคำของคำต่อไปนี้ 1. perjalanan: 2. mengadakan: 3. menyertai: 4. pengunjung: 5. minuman: 5. แต่งประโยคด้วยคำต่อไปนี้ 1. tiba……………………………………………………… 2. lawatan:………………………………………………… 3. asing:…………………………………………………… 4. lama:……………………………………………………. 5. pahlawan:………………………………………………. 6. กาเครื่องหมาย üหรือ Îในประโยคที่เป็นจริง ..........1. Sekolah Azmi telah mengadakan sata lawatan ke Zoo Negara. ..........2. Mereka bertolak dari sekolah pada pukul 3 pagi. ..........3. Mereka semua berasa gembira. ..........4. Mereka bertolak pulang pada pukul 1 pagi. ...........5. Ada dua orang guru menyertai lawatan itu.